จัดอันดับรองเท้าวิ่งที่ดีที่สุดในปี 2020 จากไนกี้ Nike

1. Nike Zoom Pegasus 36

 

ไนกี้ ซูม เพกาซัส 36 รองเท้าวิ่งที่ออกแบบมาสำหรับนักวิ่งทุกประเภท เข้าถึงได้ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ทรงตัวอย่างมั่นคงได้ทั้งบนลู่วิ่งและบนพื้นถนน

 

ข้อดี

  • ตอบสนองได้ดีเยี่ยม ทรงรองเท้าเพรียว ใส่แล้วมีความคล่องตัว
  • Waffle piston บนพื้นยางรองเท้าชั้นนอกรองรับพื้นทุกรูปแบบ ทั้งปูนซีเมนต์ ลูวิ่ง หรือพื้นที่มีน้ำขัง
  • อัปเปอร์ของรองเท้ามีน้ำหนักเบา ถ่ายเทความร้อนง่าย ไม่อับชื้น

ข้อเสีย

  • รุ่นนี้ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับ Nike Zoom Pegasus 35

2. Nike Zoom Vomero 14

ใส่วิ่งระยะทางตั้งแต่ 5 กิโลเมตร 10 กิโลเมตร วิ่งมาราธอน หรือประเภทไหนก็ได้ หน้าผ้าอัปเปอร์ดีไซน์ออกมาอย่างสวยงาม ยกกระชับแน่นกว่า Zoom Vomero 13
 

ข้อดี

  • ไนกี้เลือกสีออกมาได้สวยงามมาก
  • ถักอัปเปอร์ด้วยเทคโนโลยี Flywire ให้ล็อคเท้าเมื่อวิ่งด้วยความเร็ว
  • โฟมตอบสนองเป็นอย่างดี ไนกี้เสริมพื้นรองเท้าเพื่อยึดเกาะ กันลื่น

ข้อเสีย

  • พื้นที่นิ้วเท้าแคบ

3. Nike Winflo 6

ไนกี้ทำอัปเปอร์และพื้นมิดโซลออกมาได้นิ่มมากจากเทคโนโลยี zoom air units เหมาะกับการใส่เทรนหรือวิ่งมาราธอนได้โดยไม่เจ็บหน้าเท้า
 

ข้อดี

  • อัพเกรดอัปเปอร์จาก Winflo 5 นุ่มและแน่นกว่าเดิม
  • พื้นรองเท้าสวยและไม่กักเก็บความร้อน

ข้อเสีย

  • เป็นตัวรองลงมาจากรุ่นเพกาซัสอีกที ในราคานี้หารองเท้าวิ่งดีๆได้สบาย

4. Nike Zoom Pegasus Turbo 2

นักวิ่งสามารถวิ่งได้เร็วขึ้น ไกลขึ้น และปรับสัมผัมรองเท้าให้เหมาะกับเท้าได้เร็ว เบากว่า Pegasus Turbo 1 พื้นรองเท้าตอบสนองแรงกระแทกได้ดี
 

ข้อดี

  • รุ่นนี้ไนกี้ปรับอัปเปอร์ให้บางลงกว่าเดิม น้ำหนักเบา และทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
  • พื้นโฟม ZoomX ตอบสนองต่อแรงกระแทกได้ดี

ข้อเสีย

  • ราคาสูงกว่า Pegasus รุ่นธรรมดา

5. Nike Air Zoom Structure 22

อัปเปอร์รองเท้าไนกี้ทำมาจาก engineer mesh ให้สัมผัสนุ่มสบายตลอดการใช้งาน ลุคของรองเท้าเท่ห์และทันสมัย
 

ข้อดี

  • ถักระบบเชือกด้วย Flyknit
  • เสริมข้อล็อคข้อเท้าด้วยพลาสติก TPU

ข้อเสีย

  • พื้นรองเท้าไม่ค่อยยืดหยุ่นเท่าที่ควร

 

6. Nike Air Zoom Terra Kiger 5

ให้ความกระชับตั้งแต่ส้นเท้าไปจนถึงหน้าเท้า รองรับแรงกระแทกบนพื้นถนนและพื้นผิวทางธรรมชาติ ยกกระชับเท้าแม้ว่าจะใช้งานในระยะใกล้ๆ
 

ข้อดี

  • ตอบสนองต่อแรงกระแทกได้ดีกว่า Zoom Terra Kiger 4
  • เคลื่อนไหวแบบฉับพลันได้ไม่เกิดการบาดเจ็บ

ข้อเสีย

  • พื้นรองเท้าไม่ตอบสนองต่อพื้นหิน

 

7. NIKE Air Zoom Wildhorse 5

รองเท้าใช้งานได้ดีทั้งพื้นถนนและพื้นเทรล อัปเปอร์ยกกระชับและพื้นมิดโซลตอบสนองได้ดี เชือกล็อคแน่นตลอดระยะทางการวิ่ง
 

ข้อดี

  • พื้นรองเท้ายืดหยุ่น ป้องกินหินแหลมคมระหว่างทางได้
  • เพิ่มพื้นที่หน้าเท้าให้กว้างกว่าเดิม จากรุ่นที่แล้ว Zoom Wildhorse 4

ข้อเสีย

  • เร็วน้อยกว่า Kerra Tiger 5

8 Nike Epic React Flyknit 2

รองเท้าใช้ได้ทั้งระยะทางการวิ่งไกลๆหรือวิ่งเทรนร่างกาย รองเท้าน้ำหนักเบา
 

ข้อดี

  • ลุคทันสมัย
  • React โฟมตอบสนองต่อแรงกระแทกได้ดี

ข้อเสีย

  • ราคาสูงกว่ารุ่นอื่นๆในตระกูล Nike React

9. Nike Odyssey React Flyknit 2

โฟม React ยืดหยุ่นและตอบสนองแรงกระแทกได้ดี นักวิ่งส่วนใหญ่มีอาการบาดเจ็บน้อยลงหลังจากการใช้งาน
 

ข้อดี

  • พื้นโฟมยืดหยุ่นและนิ่ม
  • อัปเปอร์ถักด้วยเทคโนโลยี Flyknit

ข้อเสีย

  • หากวิ่งด้วยความเร็วสูงโฟมจะให้สัมผัสลื่น

10. Nike Legend React

นักวิ่งส่วนใหญ่พอใจกับคุณภาพและราคา ด้านในรองเท้ามีสายรัดเพิ่มความกระชับและไม่เป็นอุปสรรคในการวิ่ง มีหลากหลายสีให้เลือก
 

ข้อดี

  • รุ่นนี้ถูกกว่ารุ่นอื่นในสาย React
  • โฟมตอบสนองต่อแรงกระแทกได้ดี

ข้อเสีย

  • ลิ้นรองเท้ารุ่นนี้ทำให้ประสิทธิภาพในการระบายอากาศลดลง

11.Nike Free RN 2018

น้ำหนักเบา อัปเปอร์ถ่ายเทความร้อนง่าย ล็อคหลังเท้าให้อยู่กับที่ มีสีให้เลือกเยอะ
 

ข้อดี

  • รองเท้าระบายอากาศได้ดีมาก
  • ล็อคเท้าคงที่แม้เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว

ข้อเสีย

  • พื้นรองเท้าไม่ค่อยยึดเกาะ

12. Nike Free RN Flyknit

เหมาะกับเท้าทรงแคบ ให้สัมผัสนุ่ม
 

ข้อดี

  • มีหลากเฉดสีให้เลือก
  • พื้นโฟมนิ่ม ใส่สบายด้วยเทคโนโลยี Flyknit

ข้อเสีย

  • พื้นรองเท้ามีรูกว้าง หินอาจติดเข้าไป

13 Nike Zoom Fly 3

รองเท้าวิ่งไนกี้พรีเมี่ยมราคาเข้าถึงได้ พื้นรองเท้ารุ่นนี้ดีกว่า Zoom Fly 2
 

ข้อดี

  • แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ตอบสนองต่อแรงกระแทกได้ดี
  • พื้นยางยึดเกาะอย่างมั่นคง

ข้อเสีย

  • ราคาสูง

 

NikeShoes-Outlet.com