รองเท้าวิ่ง Nike สำหรับผู้หญิง รุ่นไหนดีที่สุด

ปัจจุบันคงจะไม่มีที่ไม่รู้จักรองเท้า Nike อย่างแน่นอน เพราะรองเท้า Nike เป็นรองเท้ากีฬาอีกแบรนด์ยอดนิยมที่วางขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นรองเท้ากีฬา Nike ผู้หญิง หรือรองเท้ากีฬา Nike ของผู้ชาย ซึ่งได้รับความนิยมสูงมาก โดยเฉพาะการใส่ออกกำลังกาย โดย Nike เองมีคู่แข่งรายหลัก ๆ ไม่กี่รายเท่านั้นเช่น รองเท้ากีฬาจาก Adidas, Puma เป็นต้น

ในครั้งแรกไนกี้ได้ตั้งชื่อแบรนด์รองเท้าที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่นว่า “Blue Ribbon Sports” หรือ BRS เนื่องจากเป็นชื่อเดิมของไนกี้นั่นเอง

Flyknit คืออะไร ?
แบรนด์ Nike ได้สร้างรองเท้าผ้าใบที่หลากหลายและมีน้ำหนักเบามากขึ้น โดยมี Flyknit เทคโนโลยี เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการเล่นกีฬา เป้าหมายของ Nike คือการสร้างโครงสร้างน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงทนทานเพื่อลดปริมาณขยะให้น้อยที่สุด นี่เป็นเป้าหมายระยะยาวตั้งแต่ช่วง 1980 แล้ว ทีม Nike ได้ทดลองกับรองเท้าตาข่ายที่บางเบา อาทิรุ่น Sock Racer รุ่น Sock Racer พร้อมกับการทดลองอีกหลายครั้ง ทาง Nike ได้ค้นพบว่าท่อนบนรองเท้าได้บางเบาและระบายอากาศพอแล้วแต่ยังไม่แข็งแรงพอ Nike เริ่มผลิตท่อนบนวัสดุ Flyknit เนื่องจากความปรารถนาของนักวิ่งสำหรับรองเท้าผ้าใบที่มีคุณสมบัติคล้ายถุงเท้า – ความสบายที่รองรับฝาเท้าและบางเบาจนผู้ใส่แทบลืมว่าใส่รองเท้าอยู่

ในปี 2008 แบรนด์ Nike ได้นำเสนอ Flywire เทคโนโลยีที่ใช้ด้ายน้ำหนักเบาและความแข็งแรงสูงเพื่อรองรับการใช้งานตรงตามที่ผู้ใส่ต้องการ ซึ่งทำให้ Nike มั่นใจว่าพวกเขาสามารถสร้างวัสดุท่อนบนที่ให้การสนับสนุนน้ำหนักเบาในเวลาเดียวกัน เป็นเวลา 4 ปี โปรแกรมเมอร์และนักออกแบบชั้นนำของ Nike ได้ทำการทดลองและวิจัยเทคโนโลยีการถักนิตติ้งเพื่อสร้างวัสดุท่อนบนของรองเท้า Flyknit ตัวแรกของ Nike ที่ประสบความสำเร็จในการหาวิธีสนับสนุนรองเท้าผ้าใบ พร้อมกับความยืดหยุ่นและการระบายอากาศที่พวกเขาต้องการ – ทั้งหมดในชั้นเดียว

ตั้งแต่ Flyknit มาถึงในปี 2012 มันไม่ได้เป็นแค่ส่วนสำคัญของรองเท้ากีฬามายมาย แต่ยังดูโดดเด่นบนท้องถนน รองเท้าผ้าใบเช่นรุ่น Vapormax Flyknit และ Epic React Flyknit ที่ผสมผสานการลดแรงกระแทกกับ Flyknit เพื่อให้รูปแบบรองเท้าผ้าใบโดดเด่นไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ด้วย Flyknit ที่ปรากฏบนรองเท้าผ้าใบของทุกคนทั่วโลก มันทำให้ชัดเจนว่าเทคโนโลยีการทำรองเท้าผ้าใบกำลังเปลี่ยนไป มันทำให้รองเท้ามีความหลากหลาย น้ำหนักบางเบาและได้ทรงรองเท้าที่โดดเด่นมากขึ้น

เทคนิคการเลือกรองเท้าวิ่ง
หลายคนคงประสบปัญหาในการเลือกรองเท้าวิ่งให้เหมาะกับเท้าของตัวเอง วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากสำหรับนักวิ่งมือใหม่ที่ต้องการรองเท้าเก๋ ๆ ซักคู่

1. ส้นเท้า (Heel) เมื่อเริ่มใส่รองเท้าวิ่ง ส้นเท้าของคุณควรจะพอดีกระชับกับส้นรองเท้า หากลองร้อยเชือกแบบหลวม ๆ ไม่ได้ผูกเชือก คุณจะสามารถถอดรองเท้าออกได้อย่างง่ายดาย หากคุณไม่สามารถถอดออกได้ หมายความว่ารองเท้าเล็กไปนั่นเอง ก่อนจะวิ่งอย่าลืมร้อยเชือกให้ถึงรูบนสุดเพื่อป้องกันไม่ให้รองเท้าเลื่อนไหล

2. หลังเท้า (Instep) รองเท้าวิ่งที่เหมาะกับเราควรจะกระชับ และห่อหุ้มบริเวณหลังเท้าของเราได้เป็นอย่างดี และไม่ควรให้หลังเท้าโดนบีบมากเกินไป

3. ความกว้าง (Width) รูปเท้าของเแต่ละคนมีลักษณะแตกต่างกัน รองเท้าที่เหมาะกับเราควรมีความกว้างที่เหมาะสม เราจะสามารถขยับส่วนเท้าด้านหน้าได้บ้าง โดยเท้าไม่ควรแตะขอบของพื้นรองเท้า (Insole) ถ้าคุณรู้สึกว่านิ้วเท้าไปเกยขอบพื้นรองเท้า แปลว่ารองเท้าที่ใส่อยู่แคบไปสำหรับเท้าของคุณ

4. ความยาว (Length) สาเหตุสำคัญที่ต้องมีที่ให้เท้าขยับขยายได้ทั้งความกว้างและความยาวเนื่องจากเท้าเราจะบวมขึ้นเวลาเราวิ่ง ดังนั้นอย่าลืมเผื่อที่ว่างระหว่างนิ้วเท้าที่ยาวที่สุดกับบริเวณปลายรองเท้า ตอนลองรองเท้าต้องลองผูกเชือกรองเท้าให้เรียบร้อยแล้วยืนขึ้น นิ้วเท้าของเราควรจะสามารถแกว่งขึ้น-ลงได้อย่างสบาย ๆ

5. ความโค้งงอตามรูปเท้า (Flex) รองเท้าจะโค้งขณะวิ่งแล้วเกิดจุดหัก ซึ่งเราจะเห็นจุดหักนี้ได้โดยการถือบริเวณส้นรองเท้าแล้วกดปลายรองเท้ากับพื้น เราเรียกจุดนี้ว่า Flex Point คุณควรลองสังเกตดูว่า Flex Point ของรองเท้าวิ่งที่ลองนั้นใกล้เคียงกับของเท้าของคุณไหม และรองเท้างอไปตามรูปเท้าคุณหรือเปล่า

สำหรับคุณผู้หญิงแล้วการเลือกรองเท้าซักคู่นั้นค่อนข้างที่จะเป็นปัญหา ด้วยสไตล์และแฟชั่นที่จะต้องโดดเด่นเหนือใคร การเลือกรองเท้าให้ถูกใจจึงเป็นเรื่องที่ยาก บางคนอาจจะต้องการแฟชั่นที่ล้ำสมัย บางคนต้องการความมั่นใจ หรือบางคนต้องการแค่รองเท้าดี ๆ ซักคู่ เพื่อไว้วิ่ง ออกกำลังกายหรือใส่ไปทำงาน ถ้าวันนี้คุณยังไม่มีตัวเลือก เราได้มีสินค้ามานำเสนอให้คุณได้เลือกสรรตามสไตล์ที่คุณชอบ เราขอการันตีเลยว่า คุณต้องชอบมันอย่างแน่นอน

เปรียบเทียบรองเท้าวิ่ง NIKE สำหรับผู้หญิงรุ่นไหนดีที่สุด

Nike Air Zoom Pegasus 36

ราคา 4,600 บาท*

Nike Air Zoom Pegasus 36 คู่ในตำนานด้วยรูระบายอากาศที่มากขึ้น พร้อมตาข่ายที่ออกแบบเป็นพิเศษที่ส่วนบน เพื่อการระบายอากาศอย่างตรงจุดตลอดบริเวณที่มีความร้อนสูง และมีส่วนหุ้มข้อที่ส้นซึ่งบางขึ้นและลิ้นรองเท้า ดีไซน์แบบบางลงเพื่อความพอดีที่สบายและโอบรับรูปเท้า ช่วยลดความเทอะทะ แต่ยังคงความสบายไว้เมื่อสวมใส่ ขณะที่เชือก Flywire แบบเปลือยให้ความกระชับพอดีเมื่อวิ่งเร็วขึ้น
จุดเด่นของสินค้า
– ส่วนบนเจาะรูระบายอากาศ ทำให้เสริมการระบายอากาศที่ส่วนปลายเท้าและอุ้งเท้า
– ส่วน Zoom Air เต็มความยาวเท้าช่วยให้ทุกย่างก้าวมีความนุ่มนวลและตอบสนองได้ดี
– เชือก Flywire แบบเปลือยที่ส่วนกลางเท้าช่วยเสริมทรงให้แนบกระชับเมื่อวิ่งเร็วขึ้น
– โฟม Cushlon ST ช่วยลดแรงกระแทกพร้อมตอบสนองได้ดีอย่างนุ่มนวล
– แผ่นรองพื้นรองเท้ายืดหยุ่นสูงปรับรับกับความโค้งของรูปเท้าเพื่อการรองรับ
– ลายวาฟเฟิลที่พื้นรองเท้าชั้นนอกช่วยดูดซับแรงกระแทกและช่วยยึดเกาะหลายพื้นผิว
– ลิ้นรองเท้าเบาขึ้นกว่า Pegasus 35 โอบรับไปกับเท้า
– ส่วนหุ้มข้อที่ส้นเบนออกรอบเอ็นร้อยหวาย
ข้อควรพิจารณา
แม้จะมีการเจาะรูระบายอากาศ แต่ก็ยังระบายอากาศได้ยังไม่ดีเท่าที่ควร

Nike Zoom Fly 3

ราคา 4,269 บาท*

Nike Zoom Fly 3 ได้แรงบันดาลใจจาก Vaporfly โดยให้ความสบายและความทนทานกับนักวิ่งระยะไกลในวันแข่ง ด้วยพลังของแผ่นรองคาร์บอนไฟเบอร์และระบบลดแรงกระแทกที่ตอบสนองได้ดีช่วยให้คุณวิ่งได้ตลอดระยะทาง มีระบบลดแรงกระแทกเต็มความยาวเท้า พื้นรองเท้าชั้นกลาง Nike React เต็มความยาวเท้าให้ความสมดุลกับระบบลดแรงกระแทกและการตอบสนองด้วยโฟมน้ำหนักเบาที่ทนทาน ซึ่งช่วยให้ทุกย่างก้าวนุ่มนวลเป็นพิเศษ ส่วนบนเป็นแบบใสปลุกลุคแห่งความเร็ว พร้อมชั้นบุด้านในและทรงไม่หุ้มข้อโอบรับเท้าที่โค้งรับรูปเท้า แผ่นรองคาร์บอนไฟเบอร์ด้านในพื้นรองเท้าชั้นกลางสามารถหดหรือขยายได้เพื่อความยืดหยุ่นสูงสุดในทุกย่างก้าว
จุดเด่นของสินค้า
– แถบรองรับอุ้งเท้ายึดกับเชือกรองเท้า ช่วยลดแรงกดออกจากช่วงหลังเท้า
– ส่วนส้นเบนออกจากข้อเท้าเพื่อช่วยลดแรงกดที่เอ็นร้อยหวาย
– พื้นรองเท้าชั้นนอกโดดเด่นด้วยยางที่ส้นเพื่อเพิ่มความทนทาน
– เหมาะสำหรับวิ่งระยะไกล
ข้อควรพิจารณา
ไม่มีโฟม Zoom X จึงไม่ยกระดับเท้าขึ้น ทำให้พื้นรองเท้ายุบตัวเร็ว

Nike Free RN 5.0

ราคา 3,600 บาท*

Nike Free RN 5.0 คือคู่ที่ลงตัวสุด ๆ สำหรับการวิ่งไม่เกิน 5 กม. รองเท้าคู่นี้มาพร้อมกับส่วนบนที่ลดชิ้นส่วนลงและทำจากตาข่ายชั้นเดียว ซึ่งยืดหยุ่นและให้สัมผัสเหมือนผิวหนังชั้นที่ 2 พร้อมมีพื้นรองเท้าชั้นกลางน้ำหนักเบาที่ลดปริมาณโฟมลง ทำให้ใส่ออกวิ่งได้เลยอย่างง่ายดาย
จุดเด่นของสินค้า
– ส่วนบนยืดหยุ่น ดีไซน์มาเพื่อให้มีความพอดีราวกับผิวหนังชั้นที่ 2
– ลดความหนาแน่นของโฟมลงเพื่อให้เท้าคุณรู้สึกถึงพื้นได้มากขึ้น
– ร่องตั้งแต่ส้นจรดปลายเท้าให้ความยืดหยุ่นหลายทิศทาง
– ระบบผูกเชือกรองเท้าแบบอสมมาตรจัดวางมาที่ด้านข้าง ช่วยลดแรงกดให้กับหลังเท้า
– โครงสร้างแบบบูทผสานเข้ากับลิ้นรองเท้า เพื่อทรงที่แนบกระชับแบบไร้รอยต่อ
– การนำส้นด้านหลังออกช่วยให้เท้ามีอิสระมากขึ้น แต่ก็ยังคงความล็อคกระชับไว้อย่างเพียงพอ
– แผ่นรองพื้นรองเท้าชั้นเดียวช่วยให้เท้าคุณรู้สึกถึงพื้นได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น
– ปุ่มยางที่ส้นและปลายเท้าเสริมการยึดเกาะ
ข้อควรพิจารณา
เหมาะสำหรับการวิ่งในระยะที่ไม่เกิน 5 กิโลเมตร

รองเท้า Nike

NikeShoes-Outlet.com