NIKE AIR FORCE 1 : จากรองเท้าบาสเกตบอลที่ล้มเหลว สู่สนีกเกอร์ที่ไม่มีวันตาย

หากพูดถึงรองเท้าสนีกเกอร์สักรุ่น ที่ทรงอิทธิพลต่อโลกแฟชั่น และเหล่าคนรักรองเท้าสนีกเกอร์ เป็นเวลายาวนานหลายทศวรรษ หนึ่งในชื่อแรกที่ต้องนึกถึง คือ NIKE AIR FORCE 1 รองเท้าสุดอมตะ จากแบรนด์ NIKE

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน Nike Air Force 1 ได้รับการยกย่องจากสื่อทางแฟชั่นอย่างแพร่หลาย ทั้งในแง่ความสวย, ความคลาสสิค, คุณค่าที่แฝงอยู่ในรองเท้า รวมถึงอิทธิพลที่มีต่อโลกสนีกเกอร์ กับการพัฒนาจากรองเท้าบาสเกตบอล กลายเป็นรองเท้าพื้นฐาน ที่เหล่าคนรักสนีกเกอร์ทุกคน ต้องมีไว้ในครอบครอง

Main Stand จะพาไปดูเรื่องราวของ Nike Air Force 1 กับเรื่องราวเกือบ 40 ปีของรองเท้าคู่นี้ ที่ได้พัฒนากลายเป็นรองเท้ารุ่นตำนาน ที่สามารถใส่ได้ดูดี ราศีจับในทุกโอกาส ใส่ได้ตั้งแต่ไปเดินตลาดหน้าปากซอย จนถึงเวทีแฟชั่นสุดหรู

รองเท้าบาสที่ไม่ประสบความสำเร็จ
จุดเริ่มต้นของรองเท้า Nike Air Force 1 เริ่มต้นจาก ช่วงต้นยุค 80s ที่ตลาดรองเท้าบาสเกตบอล ถูกถือครองโดยแบรนด์ Converse ไม่ใช่ Nike แบบปัจจุบัน … ย้อนไปช่วงเวลานั้น Nike มีความพยายามอย่างมาก ที่จะชิงตลาดรองเท้าบาสมาเป็นของตัวเอง โดยเน้นจุดขายไปที่นวัตกรรม Air หรือการแทรกถุงลมไว้ในรองเท้า เพื่อลดการกระแทกของผู้สวมใส่ รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นของรองเท้า เพื่อให้ผู้สวมใส่เคลื่อนไหวได้ดีมากยิ่งขึ้น

นวัตกรรม Air เริ่มต้นใช้งานกับรองเท้าวิ่งรุ่น Nike Air Tailwind ในช่วงปลายยุค 70s ก่อนจะมีความคิด ต้องการนำนวัตกรรม Air มาใช้กับรองเท้าบาสเกตบอล ที่จะวางจำหน่ายในปี 1982 … และ Nike เลือกหยิบสถาปนิกออกแบบคอร์ตเทนนิส ให้มาจับงานสำคัญครั้งนี้

บรูซ คิลกอร์ คือคนที่เรากล่าวถึง ชายผู้เป็นดีไซน์เนอร์ ออกแบบรองเท้ารุ่นนี้ ให้กำเนิดมีตัวตนจริงบนโลก เป็นจุดเริ่มต้นของรองเท้าสนีกเกอร์ อันเป็นอมตะและตำนานถึงปัจจุบัน

แม้จะเป็นตำนานของวงการสนีกเกอร์ แต่คิลกอร์เริ่มต้นชีวิตการออกแบบของตัวเอง ในฐานะคนออกแบบคอร์ตเทนนิส ชีวิตของเขาอยู่ห่างไกลจากบาสเกตบอลอย่างมาก และไม่เคยจินตนาการแม้แต่นิดว่า สักวันหนึ่งเขาจะได้มาออกแบบรองเท้า จนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกแบบทุกวันนี้

“Air Force 1 คือการออกแบบรองเท้าบาสเกตบอลคู่แรกในชีวิต และผมไม่อยากจะเชื่อว่า มันจะเป็นที่นิยมถึงขนาดนี้ เพราะผมแค่คิดว่าเราออกแบบรองเท้าบาสสักคู่ สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คือเรื่องที่คาดไม่ถึง” คิลกอร์ กล่าว

คิลกอร์เล่าว่า ในการออกแบบรองเท้า Air Force 1 ณ เวลานั้น ด้วยความเป็นรองเท้าบาส เขาจึงต้องการให้รูปลักษณ์ของรองเท้า แตกต่างจากรองเท้าวิ่ง แต่ด้วยความที่เขา ไม่ใช่คนคุ้นเคยกับกีฬาบาสเกตบอล เขาจึงต้องนำไอเดียของเขา ไปปรึกษากับคนใกล้ตัวที่รู้จักกีฬาบาส รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเหล่านักบาส ในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อให้พวกเขาช่วยออกไอเดีย

รองเท้าวิ่งของ Nike ในช่วงนั้นส่วนใหญ่มีสีดำ หรือสีฉูดฉาด เช่น สีแดง, น้ำเงิน หรือ เขียว เพื่อให้รองเท้าของเขาออกมาแตกต่าง เขาจึงออกแบบรองเท้าให้มีสีขาวล้วนทั้งหมด ยกเว้นโลโก้ Swoosh ที่จะมีสีเงิน (รวมถึงสีอื่น ๆ) เพื่อเพิ่มความแตกต่างให้กับรองเท้า … นอกจากนี้ คิลกอร์ ได้ออกแบบลักษณะส่วนพื้นรองเท้า ให้เหมือนกับรองเท้าวิ่ง แทนที่จะเป็นลักษณะแบบรองเท้าบาสเกตบอลทั่วไป

รองเท้ารุ่นนี้ได้ชื่อว่า Air Force 1 ซึ่งเป็นการตั้งชื่อล้อเลียนกับ Air Force One ชื่อเครื่องบินส่วนตัวของประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา และวางขายในปี 1982

แม้รองเท้า Air Force 1 จะโด่งดังอย่างมากในปัจจุบัน กับดีไซน์ที่สวยงาม และคลาสสิค แต่ย้อนไปในปี 1982 รองเท้ารุ่นนี้ เน้นทำการตลาดผ่านเรื่องนวัตกรรม Air ไม่ใช่เรื่องของดีไซน์ เพราะในฐานะรองเท้าบาสเกตบอล การให้ความสำคัญกับเรื่องสมรรถภาพของรองเท้า คือสิ่งที่สำคัญกว่า

รองเท้า Nike Air Force 1 เป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว เพราะได้พรีเซนเตอร์ เป็นนักบาสชื่อดังหลายคน เช่น ไมเคิล คูเปอร์, โมเสส มาโลน, จามาล วิลค์ส, บ็อบบี โจนส์ เป็นต้น และนักบาสชื่อดังเหล่านี้ ล้วนใส่ Air Force 1 ลงทำการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม Nike Air Force 1 ได้เสื่อมความนิยมลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน เพราะสุดท้ายแล้ว สำหรับวงการบาสเกตบอลในตอนนั้น ยี่ห้อแรกที่คนนึกถึงยังคงเป็น Converse ไม่ใช่ Nike … Air Force 1 จึงกลายเป็นรองเท้าที่ตีตลาด Converse ไม่แตก และต้องยกธงขาวยอมแพ้ เลิกผลิตไปในปี 1984

AIR FORCE 1 คืนชีพ
ความล้มเหลวกับการต่อสู้ บนคอร์ตบาสเกตบอลของ Nike Air Force 1 ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้าย เพราะ Nike สามารถหาทางเอาชนะ Converse จนได้ ด้วย Nike Air Jordan รองเท้ารุ่นที่จับมือกับ ไมเคิล จอร์แดน ซึ่งเข้ามาทดแทน Nike Air Force 1 และกลายเป็นรองเท้าบาสเกตบอลรุ่นยอดนิยม จนถึงปัจจุบัน … ขณะเดียวกัน Air Force 1 ได้เริ่มต้นเส้นทางใหม่ บนถนนสายแฟชั่น

เป็นเรื่องปกติของโลกมนุษย์ ที่เมื่อตอนมีอยู่ เราจะไม่เห็นค่าของสิ่งต่าง ๆ และมาเห็นคุณค่า ยามสิ่งนั้นจากไป นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากรองเท้า Air Force 1 ยุติการผลิตในปี 1984 … ความต้องการรองเท้า Air Force 1 กลับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนรู้สึกว่าสีขาวของรองเท้า สามารถนำไปตกแต่งเป็นลวดลายที่แตกต่างกัน ตามใจต้องการ จนทำให้ร้านขายรองเท้า ต่างเสนอให้ Nike นำรองเท้ารุ่นนี้ กลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง แต่ในตอนแรก Nike ไม่สนใจแม้แต่นิดเดียว

ไม่มีใครในบริษัท Nike มองเห็นศักยภาพว่า Air Force 1 จะกลับมาเป็นที่นิยมได้จริง แม้แต่ บรูซ คิลกอร์ ดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบ ยังเลิกออกแบบรองเท้าบาสเกตบอล หันไปออกแบบรองเท้าเทนนิส ให้ทาง Nike แทน เพราะมองว่าเขาคงทำหน้าที่ ในฐานะคนออกแบบรองเท้าบาสเกตบอลได้ไม่ดีพอ

บวกกับช่วงเวลานั้น ไม่มีแบรนด์ไหนกล้านำรองเท้า ที่เลิกวางจำหน่ายไปแล้ว กลับมาผลิตใหม่ นั่นไม่ใช่สิ่งที่โลกธุรกิจรองเท้าทำในยุค 80s … สำหรับ Nike การนำ Air Force 1 มาวางจำหน่ายใหม่ คือเรื่องตลกสุดขั้วสำหรับทีมผู้บริหาร

อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ดีต้องฟังเสียงของลูกค้า ความนิยมของรองเท้า Air Force 1 ยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และความต้องการให้นำรองเท้ารุ่นนี้กลับมาผลิตใหม่ ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก … เมื่อเกิดการเรียกร้องให้มีการนำ Air Force 1 กลับมาวางจำหน่ายอย่างหนัก โดยเฉพาะตัวตั้งตัวตี คือกลุ่มร้านขายรองเท้า ในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ ทาง Nike จึงตัดสินใจริเริ่มความคิด นำรองเท้ารุ่นนี้มาผลิตใหม่อีกครั้ง แม้ทางบริษัทยังคงไม่เชื่อว่า การกลับมาขายรองเท้ารุ่นนี้จะได้รับความนิยม

Nike กลับมาวางจำหน่ายรองเท้ารุ่น Air Force 1 ใหม่อีกครั้ง ในปี 1986 ด้วยรูปร่างหน้าตาแบบที่เราคุ้นชินกันในปัจจุบัน … แม้จะกลับมาผลิตใหม่ แต่ทาง Nike ผลิตรองเท้ารุ่นนี้ขึ้นมาแค่ 1,200 คู่ และทั้งหมดวางขายในเมืองบัลติมอร์ โดยมีวางจำหน่ายแค่สองสี คือ ขาว-น้ำเงิน และ ขาว-น้ำตาลช็อคโกแลต

แม้จะมีจำนวนจำกัด แต่รองเท้า Nike Air Force ขายดีตั้งแต่วันแรก มีสาวกรองเท้าจากทั้ง นิวยอร์ก, วอชิงตัน ดีซี, ฟิลาเดลเฟีย และเมืองละแวกใกล้เคียง มาต่อคิวรอซื้อรองเท้ารุ่นนี้ ตั้งแต่ก่อนร้านจะเปิด และแน่นอนว่า รองเท้าได้ขายหมดอย่างรวดเร็ว

Nike จึงเริ่มรู้ตัวว่า Air Force 1 ไม่ใช่รองเท้าบาสเกตบอลตกรุ่น แต่เป็นรองเท้าแฟชั่นที่ผู้คนกำลังตามหา ทางบริษัทจึงจับมือกับร้านขายรองเท้าในบัลติมอร์ ร่วมกันออกไอเดียที่จะเพิ่มยอดขายให้ Air Force 1 บทสรุปที่ได้คือ Nike จะออกรองเท้ารุ่นนี้ ทุกเดือน โดยเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ไม่ให้ซ้ำกัน

การตลาดครั้งนี้ ทำให้ Air Force 1 โด่งดังถึงขั้นสุด เพราะไม่เคยมีสนีกเกอร์รุ่นไหนบนโลก ที่สามารถเปลี่ยนสีไปได้เรื่อยๆ และยังคงสวยงามเหมือนเดิม … หลังจากนั้นไม่นาน Air Force 1 กลายเป็นรองเท้ายอดนิยมประจำเมืองบัลติมอร์, ฟิลาเดลเฟีย และที่สำคัญที่สุด นิวยอร์ก

“ผมนั่งรถมาจากที่นิวยอร์ก ผมเห็น Air Force 1 ทั้งหมด 15 แบบวางอยู่ ผมรู้เลย ผมต้องมีทุกคู่ นี่คือสิ่งที่ Air Force 1 เป็น” คลาร์ค เคนท์ ดีเจชื่อดัง และหนึ่งในหนุ่มนักสะสม Air Force 1 จากนิวยอร์กกล่าว

การเป็นไอเท็มแฟชั่นยอดนิยม ในเมืองที่ล้ำสมัยที่สุดของโลก อย่าง นิวยอร์ก เท่ากับการส่งอิทธิพล ให้รองเท้ารุ่นนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ช่วงเวลาเพียงสั้น Nike Air Force 1 กลายเป็นที่นิยมเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด และแน่นอนรวมถึงผู้ให้กำเนิดรองเท้ารุ่นนี้ อย่าง บรูซ คิลกอร์ ufabet

“ผมเดินทางไปดูโรงงานที่ไต้หวัน และผมว่าพวกเขากำลังผลิต Air Force 1 อยู่ ผมตกใจมาก ผมไม่เข้าใจเลยว่า ในปี 1987 เรายังผลิต Air Force 1 อยู่เพราะอะไร ? ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่า รองเท้ารุ่นนี้กำลังเป็นที่นิยม เพราะผมไม่เคยจินตนาการภาพนี้ในหัว” คิลกอร์กล่าว

รองเท้าเหนือกาลเวลา
จากวันนั้น จนถึงวันนี้ Nike Air Force ถูกผลิตออกมามากกว่า 2,000 รุ่น สร้างรายได้ให้กับบริษัท Nike เป็นเงินเฉลี่ย 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (24,872 ล้านบาท) ต่อปี จนเรียกได้ว่า เป็นรองเท้าสนีกเกอร์ทรงอิทธิพลระดับแนวหน้าของโลก
มีหลายเหตุผลมากมาย ที่สามารถนำมาอธิบายได้ถึงเหตุผลที่ทำให้ Nike Air Force 1 กลายเป็นรุ่นรองเท้าอมตะไม่มีวันตาย แต่สิ่งหนึ่งที่หลายเว็บไซต์ด้านรองเท้าสนีกเกอร์ ให้เป็นเหตุผลที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ ได้รับความนิยม คือ “Air Force 1 ไม่ใช่รองเท้า แต่เป็นสัญลักษณ์ เป็นวิถีชีวิต”

ข้อดีที่สุดของรองเท้า Nike Air Force 1 คือความยืดหยุ่นด้านดีไซน์ของรองเท้า ที่สามารถใส่สีสัน ลวดลาย ได้ตามจินตนาการของผู้ออกแบบ แต่ยังสามารถคงความสวยงามเอาไว้

ทำให้ Air Force 1 กลายเป็นรองเท้าที่เปิดโอกาส ให้ผู้มีชื่อเสียง แบรนด์แฟชั่นแบรนด์อื่น หรือป็อปคัลเจอร์ต่าง ๆ สามารถมาผนวกเป็นส่วนหนึ่งของรองเท้ารุ่นนี้ได้โดยง่าย ที่สำคัญคือสามารถแสดงตัวตน ของแบรนด์, บุคคล หรือสิ่งต่าง ๆ ลงบนรองเท้ารุ่นนี้ได้อย่างครบถ้วน
Supreme, NBA, Playstation, Off White, Louis Vuitton, Levi’s คือแบรนด์เพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่เคยร่วมจับมือกับ NIke ออกแบบ Air Force 1 ลวดลายเฉพาะ รวมถึงรองเท้าคู่พิเศษที่ออกแบบโดยคนดัง ไม่ว่าจะเป็น ทราวิส สก็อตต์, จี-ดรากอน, เลบรอน เจมส์, เจย์-ซี, แฟต โจ, อีมิเนม ล้วนกลายเป็นรองเท้าหายาก และราคาสูง เพราะความต้องการของกลุ่มคนรักสนีกเกอร์

ไม่เพียงเท่านั้น ปัจจุบัน Nike เปิดโอกาสให้สามารถออกแบบ Air Force 1 ของตัวเองได้ ผ่านเว็บไซต์ของ Nike เพื่อให้ลูกค้ามีรองเท้าที่แตกต่าง โดดเด่น ไม่เหมือนใคร สามารถใส่สีที่ชอบ หรือ ความเป็นตัวเองบนรองเท้าได้ตามต้องการ

รวมถึง Nike Air Force 1 ยังเป็นรองเท้ายอดฮิตที่คนรักสนีกเกอร์ นิยมนำไปดัดแปลง หรือที่เรียกว่า Custom (คัสตอม) ให้มีลวดลายเป็นแบบเฉพาะของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเพนท์ หรือการตัดเย็บ

แม้ Nike Air Force 1 จะมีความโดดเด่น ในแง่ของการพลิกแพลงด้านลวดลาย แต่รุ่นรองเท้าที่ทำให้ Air Force 1 ยังคงเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้ คือ Air Force 1 ขาวล้วน (White-White) สุดคลาสสิค คล้ายกับต้นฉบับของ Air Force 1 สมัยยังเป็นรองเท้าบาสเกตบอล

Nike Air Force 1 ขาวล้วน เปรียบเสมือนสูตรโกงของโลกสนีกเกอร์ เพราะเป็นรองเท้าที่ใส่กับเสื้อผ้าแบบไหนก็ดูดี ไมว่าจะเป็นชุดสูท, กางเกงยีนส์, กางเกมวอร์ม, กางเกงขาสั้น หรือจะใส่ไปเดินจ่ายตลาด ก็ถือว่าดูดีแบบไม่น่าเกลียด จะเป็นผู้ชาย, ผู้หญิง, เด็ก หรือคนแก่ รูปร่างหรือสีผิวแบบไหน สามารถใส่รองเท้าคู่นี้ได้ดูดีเทียบเท่ากันหมด

Nike Air Force 1 สีขาวล้วน จึงเปรียบเสมือน รองเท้าที่มีทุกบ้าน เพราะเป็นเรื่องง่าย ในการแต่งตัวให้ดูดี ไม่ว่าจะอยากแต่งตัวแนวไหน หากนึกไม่ออกว่าจะใส่รองเท้าคู่ไหน หยิบ Air Force 1 ขาวล้วนมาใส่ คุณสามารถดูดี พร้อมเดินออกจากบ้านได้ในทันที

ยิ่งเมื่อเวลาผ่านไป ความคลาสสิคของ Nike Air Force 1 ขาวล้วน กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้อยู่เหนือกาลเวลา เพราะไม่ว่าเข็มนาฬิกาจะหมุนไปเท่าไหร่ รองเท้าสีขาวคลาสสิค ที่คงสภาพดีไซน์ รูปทรง และวัตถุดิบมาจากยุค 80’s ยังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ดังนั้น หากจะถามว่า เหตุใดรองเท้า Nike Air Force 1 จึงกลายเป็นสนีกเกอร์ยอดนิยมตลอดกาล คงเป็นเพราะความครบเครื่องของตัวรองเท้า สามารถตอบโจทย์กับคนทุกกลุ่ม ไมว่าจะเป็นคอกีฬา, สายแฟชั่นตัวพ่อ, แฟนเพลงฮิปฮอปพันธ์ุแท้ หรือคนธรรมดาทั่วไป ที่อยากได้รองเท้าสวยงามสักคู่ มาไว้ใส่คู่ใจ รองเท้ารุ่นนี้พร้อมตอบโจทย์กับทุกคน

ถ้าคุณยังไม่เคยเป็นเจ้าของ Nike Air Force 1 เราขอแนะนำให้คุณลองซื้อมาสวมใส่สักคู่ เพื่อพิสูจน์ความเป็นตำนานของรองเท้าคู่นี้ แต่ระวังจะติดใจ จนต้องมีคู่ที่สอง สาม สี่ ห้า หก ตามมาโดยไม่รู้ตัว

NikeShoes-Outlet.com