แนะนำรองเท้าวิ่ง ยี่ห้อไหนดี ใส่สบายที่สุด

รวม 5 รองเท้าวิ่งรุ่นท็อปจากทั้งหมด 5 แบรนด์ที่มีประสิทธิภาพเด่นๆเรื่องใส่แล้ววิ่งเร็ว ใส่แล้วให้สัมผัสนุ่มเด้ง แล้วแต่ความชอบและสรีระเท้าของแต่ละคน ว่าแล้วเราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามี รองเท้าวิ่งรุ่นอะไรติดโพล รุ่นไหนดียังไงบ้าง

1. รองเท้าวิ่ง Nike Air Zoom Pegasus 37

รองเท้าวิ่งที่ Nike ทำออกมาเพื่อเค้นความเร็วโดยเฉพาะ จัดอยู่ในประเภทรองเท้าสายเพอร์ฟอร์แมนซ์ หัวใจสำคัญที่ทำให้รองเท้าคู่นี้ติดอันดับเลยก็คือ Zoom Air Bag ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ Nike อัดอากาศเข้าไปด้านในแบบเต็มทั้งแผ่น ทำให้รองเท้าสIปริงตัวเมื่อได้รับแรงกระแทกขณะวิ่ง คืนพลังงานได้ดีกว่า Nike Pegasus 36 อีกด้วย ทำให้นักวิ่งไม่ต้องออกแรงวิ่งมาก และยังสามารถขับเคลื่อนตัวเองไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยรูปทรงของรองเท้าที่โค้งงอ รองรับสรีระเท้าทุกองศาการเคลื่อนไหว ตอนนี้มีจัดโปร 9.9 อยู่ด้วยนะ

2. รองเท้าวิ่ง Adidas Ultraboost 20

รองเท้า Ultraboost รุ่นที่ 20 นี้เป็นการ Collab กันระหว่าง Adidas และห้องปฏิบัติการแห่งชาติในสหรัฐฯ ถึงกับไปขึ้นพื้น Boost ที่ปราศจากแรงโน้มถ่วงที่สถานีอวกาศนานาชาติเลย จุดเด่นของคู่นี้ก็คือน้ำหนักที่เบามากๆ และการถักหน้าผ้าอัปเปอร์ เพราะ Adidas จัดเรียงเส้นใยผ้าให้แม่นยำและละเอียดในระดับหน่อยมิลลิเมตรด้วยเทคโนโลยี TFP (Tailored Fiber Placement) ช่วยให้รองเท้ายกกระชับและซัพพอร์ทเท้าได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว ในส่วนของพื้นโฟม Boost ได้เสียงจากนักวิ่งหลายคนว่าเป็นชิ้นส่วนที่สปริงตัวแล้วก็คืนพลังงานได้อย่างดีเช่นกัน มีลดราคาอยู่ด้วยนะ

3. รองเท้าวิ่ง New Balance Fresh Foam 1080 v10

อีกหนึ่งรองเท้าวิ่งจากค่าย New Balance ที่แบรนด์ใช้เทคโนโลยี Fresh Foam ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ผลิตไลน์รองเท้าวิ่งหลายๆไลน์ของแบรนด์เลย อย่างเช่น 1080v9, Zante, Vongo, Lazr แล้วก็ Arishi เป็นต้น แต่สาเหตุที่ทำให้รุ่นนี้ติดอันดับนอกจากเพอร์ฟอร์แมนซ์รองเท้าเองแล้วก็ยังมีดีไซน์พ่วงเข้ามาด้วย พื้นโฟมรุ่นนี้จะเป็นพื้น Fresh Foam X ความพิเศษของมันก็คือความนุ่ม ที่แบรนด์บอกเองเลยว่าทุกยูนิตของพื้นโฟมจะให้สัมผัสกระชับที่ดีที่สุด ยืดหยุ่น และรองรับแรงกระแทกได้ดีมากๆ อีกทั้งยังมีน้ำหนักที่เบาหวิว ไฮไลท์ดีไซน์รองเท้าที่ครองใจทุกคนจะอยู่ที่พื้น Misdole เพราะแบรนด์ใช้วิธีการตัดด้านข้างโฟมด้วยเลเซอร์ ให้เป็นรูปเรขาคณิตและมีรูอากาศด้านในเพิ่มประสิทธิภาพให้รองเท้านุ่มเด้งมากขึ้นไปอีก

4. รองเท้าวิ่ง Asics Gel-Nimbus 22

ปกติถ้าเราจะเลือกรองเท้าวิ่งจากแบรนด์ Asics ตระกูลแรกที่เราได้ยินกันบ่อยๆก็คือ Gel-Nimbus ซึ่งเป็นเทคโนโลยี GEL ที่แบรนด์เคลมว่าเบาเหมือนก้อนเมฆ (Nimbus) เทคโนโลยีสำคัญของรองเท้าวิ่งคู่นี้อยู่ที่แบรนด์ได้ย้าย Flytefoam Propel ไปไว้ตรงตำแหน่งที่ไกล้พื้นเพื่อรองรับแรงกระแทกและส่งแรงกลับให้แก่นักวิ่ง ผสานพื้นรองเท้าเข้าหากันด้วยวัสดุเจล รับน้ำหนักและช่วงให้สรีระเท้าเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้จะเป็นเจล แต่น้ำหนักเฉลี่ยก็อยู่ที่ประมาณ 255 กรัมเองนะ

5. รองเท้าวิ่ง Skechers GOrun Forza 4

รองเท้าวิ่งในสาย light weight stability ที่เฟิร์ม เด้ง และเบา จริงๆคู่นี้สามารถใช้งานอย่างอื่นนอกจากวิ่งได้อีกด้วย จะใส่เทรนด์ก็ได้ หรือจะใส่เป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพก็ได้ เหมาะกับคนที่มีสรีระเท้าทุกรูปแบบรวมไปถึงรูปเท้าแบน คู่นี้วิ่งได้ไกลถึง 42 กิโลเมตร แต่ต้องผ่านการ run-in ก่อน 10 กิโลเมตรแรก รองเท้าถึงจะดึงศักยภาพตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ รองเท้ามีโฟมถึง 2 ชั้น คือ Hyper Burst คืนอัตราเร่งที่ฝั่งเท้าด้านนอก กับอีกที่คือ Ultra Flight อยู่บริเวณด้านใน รองรับน้ำหนักอุ้งเท้าและป้องกันเท้าล้ม

รองเท้า Nike

รองเท้าวิ่ง NIKE FREE RN FLYKNIT 3.0

รองเท้าวิ่ง Nike Free RN Flyknit 3.0 คือคู่ที่ลงตัวสุดๆ สำหรับการวิ่งไม่เกิน 5 กม. พร้อมให้ดีไซน์แบบไร้เชือกที่ให้คุณสวมใส่และออกวิ่งได้เลย

รองเท้าวิ่งผู้ชาย Nike Free RN Flyknit 3.0

สวมใส่ยืดหยุ่น

Nike Free RN Flyknit 3.0 คือคู่ที่ลงตัวสุดๆ สำหรับการวิ่งไม่เกิน 5 กม. พร้อมให้ดีไซน์แบบไร้เชือกที่ให้คุณสวมใส่และออกวิ่งได้เลย ด้วยรูปแบบร่องดอกยางโฉมใหม่และโฟมแบบดัดแปลงที่พื้นรองเท้าชั้นกลางให้ความยืดหยุ่นมากกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมสร้างสัมผัสดั่งเท้าเปล่าในทุกย่างก้าว การผสมผสานเส้นด้ายที่ยืดหยุ่นและรองรับจัดวางเป็นโซน เพื่อความสบายที่จะเคลื่อนไหวไปกับเท้าคุณ

รองเท้าวิ่งผู้ชาย Nike Free RN Flyknit 3.0

ข้อดี

  • ส่วนบนผสาน Flyknit กับเส้นด้าย TPU ที่รองรับได้ดี เพื่อความพอดีดั่งผิวหนังชั้นที่ 2
  • ดีไซน์ไร้เชือกแบบสวม ลดแรงกดที่หลังเท้า
  • ร่องดอกยางตั้งแต่ส้นจรดปลายเท้าโค้งงอรับกับเท้า
  • สายคาดที่ส่วนกลางเท้ายืดหยุ่นทุกย่างก้าว แต่ก็ยังคงให้โครงสร้าง
  • พื้นรองเท้าชั้นนอกตามหลักกายวิภาคตลอดความยาวเท้าเพื่อให้ลดแรงกระแทกได้เหมาะพอดี
  • โฟมหนาแน่นชั้นเดียวที่พื้นรองเท้าชั้นกลางแนบกระชับเท้า
  • แผ่นรองพื้นรองเท้าช่วยให้เท้ารู้สึกถึงพื้นได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น
  • รอยตัดด้วยเลเซอร์ที่พื้นรองเท้าชั้นนอกและด้านข้างของพื้นรองเท้าชั้นกลางโค้งงอไปกับเท้าทุกย่างก้าว
รองเท้าวิ่งผู้ชาย Nike Free RN Flyknit 3.0
รองเท้าวิ่งผู้ชาย Nike Free RN Flyknit 3.0
รองเท้าวิ่งผู้ชาย Nike Free RN Flyknit 3.0
รองเท้าวิ่งผู้ชาย Nike Free RN Flyknit 3.0
รองเท้าวิ่งผู้ชาย Nike Free RN Flyknit 3.0

ประเทศที่ผลิต: เวียดนาม

HOVR Machina จาก Under Armour รองเท้าวิ่งที่มาพร้อมฟีเจอร์เพียบ

โดยปกติแล้ว นักวิ่งมักจะถูกบังคับให้ต้องเลือกระหว่างรองเท้าวิ่งที่มีระบบรองรับแรงกระแทกหนา (high-cushion running shoe) สำหรับการวิ่งระยะไกล หรือรองเท้าน้ำหนักเบาสำหรับการแข่งวิ่ง (lightweight racing shoe) เพื่อให้วิ่งได้เร็วขึ้น Under Armour แก้ปัญหานี้และสร้างความสมดุลที่สมบูรณ์แบบ คุณจึงไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งอีกต่อไป

UA HOVR Machina ผสมผสานความเร็วของรองเท้าแข่งวิ่ง เข้ากับความสบายของรองเท้าสำหรับวิ่งระยะไกล และฟีเจอร์แนะนำการวิ่งแบบเรียลไทม์ ที่จะทำให้คุณพร้อมสำหรับการพิชิตเป้าหมายในปี 2020

“ด้วย UA HOVR Machina คุณจะพบกับความสมดุลที่สมบูรณ์แบบของระบบรองรับแรงกระแทก (cushion) และแรงส่งกลับที่มาในรองเท้าน้ำหนักเบา มอบการดีดกลับอย่างรวดเร็วและราบรื่นตลอดการวิ่ง เพื่อให้รองเท้านี้เป็นรองเท้าสำหรับการพิชิตเป้าหมายของคุณในปี 2020” โทเฟอร์ เกย์ลอร์ด, ผู้จัดการกลุ่มรองเท้า Run, Train & Outdoor ของ Under Armour

รองเท้าในตระกูล Run Suite ทุกรุ่นของ Under Armour ในปี 2020 ซึ่งรวมถึงรุ่น HOVR Machina มาพร้อมกับการเชื่อมต่อด้วยระบบดิจิทัล ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้นักวิ่งสามารถติดตามและวิเคราะห์การวิ่งของตนได้ แต่ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลการวิ่งในเชิงลึกอย่างที่ไม่เคยมีมากก่อน เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2020 ที่ผ่านมา Under Armour ได้ยกระดับการเชื่อมต่อนี้ขึ้นอีกขั้น โดยเปิดตัวฟีเจอร์แนะนำการวิ่งแบบเรียลไทม์ ที่จะช่วยทำให้นักวิ่งสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งได้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งการวิ่ง โดยมอบคำแนะนำเฉพาะตัวแบบเรียลไทม์ ช่วยให้นักวิ่งสามารถลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บและเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งให้ดีขึ้น

นักวิ่งสามารถศึกษาลักษณะการลงเท้าสู่พื้นจากการวิเคราะห์หลังการวิ่ง เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกสำหรับวิเคราะห์ฟอร์มการวิ่ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการวิ่งระยะไกลที่นักวิ่งมักจะไม่สามารถรักษารูปแบบการวิ่งได้เนื่องจากความเหนื่อยล้า ทุกๆ ฟีเจอร์สามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นผ่านการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน MapMyRun ซึ่งเป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันสำหรับสุขภาพและการออกกำลังกายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยยอดผู้ใช้งานกว่า 270 ล้านคน และถูกพัฒนามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการเล่นกีฬาและการออกกำลังกาย

“ด้วยระบบเชื่อมต่อของรองเท้า Under Armour และการแนะนำการวิ่งแบบเรียลไทม์ ทำให้คุณเสมือนมีโค้ชส่วนตัว ผู้พร้อมให้คำแนะนำแก่คุณแบบทันทีทันใด และช่วยให้คุณพิชิตเป้าหมาย เราได้ทำการทดสอบฟีเจอร์นี้ในการวิ่งทุกระดับ รวมถึงมอบข้อมูลหลังจากการวิ่ง เช่น ลักษณะการลงเท้าสู่พื้น เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกกับนักวิ่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” เบน แมคอลิสเตอร์ ผู้จัดการอาวุโส MapMyRun & Connected Footwear

Under Armour ออกแบบ UA HOVR Machina เพื่อให้ทุกๆ รายละเอียดของรองเท้าเพื่อตอบโจทย์ของนักวิ่ง ให้รองเท้ามีความเบาและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่ทำให้ UA HOVR Machina ให้ความรู้สึกเร็วยิ่งขึ้น คือแผ่นใต้เท้าสำหรับให้แรงส่ง (propulsion plate) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเพซการวิ่งในทุกๆ ระยะทาง แผ่นคาร์บอน 2 แฉกที่อัดแน่นไปด้วยแผ่นสปริง Pebax® ช่วยให้นักวิ่งมีแรงดีด พร้อมสำหรับการเปลี่ยนการเคลื่อนไหวอย่างกระทันหันตลอดทั้งการวิ่ง

FAST FUNCTION, FULL THROTTLE

เป็นที่ทราบกันดีว่าระบบรองรับแรงกระแทกช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่ง ถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการวิ่งมาราธอน และนี่คือเหตุผล UA HOVR Machina มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ UA HOVR midsole ที่ช่วยดูดซับแรงกระแทก โดยไม่เพิ่มน้ำหนักให้แก่รองเท้า Under Armour ได้พัฒนารูปทรงแผ่นรองรับแรงกระแทกที่มีความแม่นยำ จึงไม่จำเป็นต้องมีส่วนประกอบที่แข็ง (cage) เข้ามาเสริม UA HOVR midsole เป็นจำนวนมาก

UA HOVR Machina มีความทนทานและกระชับเช่นเดียวกันกับ UA HOVR Infinite มาพร้อมกับ UA HOVR cushioning ที่หนาขึ้น 20 เปอร์เซ็น ทำให้ UA HOVR Machina รุ่นใหม่นี้ มอบแรงส่งกลับเพื่อให้คุณวิ่งในไมล์สุดท้ายได้เร็วที่สุด

“สิ่งที่ฉันชอบใน UA HOVR Machina ก็คือ เมื่อฉันวิ่งได้ 12 ไมล์ ฉันยังรู้สึกถึงความเบาและการดูดซับแรงกระแทก รองเท้าคู่นี้ให้ความรู้สึกสบายอย่างที่ฉันต้องการตลอดสัปดาห์แห่งการฝึกฝนอย่างหนัก ฉันยังรู้สึกคล่องแคล่วในทุกๆ การออกกำลังกาย มันกลายเป็นรองเท้าสำหรับใส่ประจำวันของฉันไปแล้ว” ไอชา พรอทต์ เลีย นักกีฬาวิ่งระยะกลางของ Under Armour และนักวิ่งโอลิมปิก

ในปี 2020 มาเป็นนักวิ่งที่ดีขึ้นในทุกด้าน ด้วยรองเท้า UA HOVR Machina ที่มอบแรงส่งกลับ พร้อมฟีเจอร์แนะนำการวิ่งบนแอปพลิเคชัน MapMyRun จาก Under Armour

UA HOVR Machina เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นี้ ที่เว็บไซต์ UA.com รวมถึง Under Armour Brand House แอปพลิเคชัน UA Shop และร้านจำหน่ายรองเท้าชั้นนำ

NikeShoes-Outlet.com