โดดเด่นด้วยคู่สีขาว-ดำ adidas Superstar Laceless รองเท้าผ้าใบระดับตำนาน

หากพูดถึงรองเท้าที่สามารถผสมผสานเข้ากับการแต่งตัวได้เกือบทั้งหมด adidas Superstar คงเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัวของหนุ่มๆ หลายคน เพราะรองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้าที่ดีไซน์เรียบแต่ดูดี สามารถสวมใส่ได้ในทุกๆ โอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันพักผ่อนสบายๆ หรือแม้แต่วันทำงาน ขณะที่ปีนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบ 50 ของรองเท้า adidas Superstar ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนวงการสตรีทแฟชั่นโลก

วันนี้ Sanook Men จึงถือโอกาสพาทุกคนมาแกะกล่อง adidas Superstar รุ่น Laceless รองเท้าผ้าใบไร้เชือก (แต่ก็มีเชือกแถมมาให้) มาดูกันสิว่า จะสวยลงตัวขนาดไหน

ต้องบอกว่ารองเท้า adidas Superstar Laceless ออกแบบมาพิเศษให้ดูแตกต่างและทันสมัยขึ้น ทางแบรนด์จึงดีไซน์ตัวรองเท้าเป็นผ้าใบกึ่งสลิปออน สามารถสวมใส่ได้โดยไม่ต้องร้อยเชือก แต่หากอยากใส่แบบมีเชือกในกล่องก็มีเชือกทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ แถมมาให้ด้วย

ด้านหัวรองเท้าทางแบรนด์ยังคงเลือกใช้ลวดลายเปลือกหอยอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม เพิ่มเติมคือบริเวณแผ่นรองฝ่าเท้าขึ้นรูปมาเป็นพิเศษบุด้านในด้วยหนังมีรายละเอียดความความยับย่นเล็กน้อย ซึ่งเข้ากับตัวพื้นรองเท้าที่ถูกนำเสนอแบบสีขาวตุ่นๆ มีความคลาสสิกเป็นอย่างมาก

ขณะที่จุดเด่นที่เห็นได้ของรองเท้าคู่นี้คือมาพร้อมลิ้นรองเท้าใหญ่ขึ้นทำให้ดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยตัวลิ้นมียางยืดรัดไว้ทำให้ไม่สามารถดึงขึ้นลงได้เยอะแบบรุ่นปกติ ด้านตัวรองเท้าก็ยังคงใช้หนังแท้อย่างเดิม

รองเท้าคู่นี้เหมาะกับใคร

adidas Superstar Laceless เป็นรองเท้าที่เหมาะกับหนุ่มๆ ทั้งสายสตรีทและสายมินิมอล เพราะตัวรองเท้าถูกคลุมให้มีแค่สีขาว-ดำ จึงสามารถใส่ได้ในหลายโอกาส จะจับคู่กับเสื้อยืด-กางเกงยีนส์ หรือ จะใส่กับเชิ้ตสีเรียบ-กางเกงสแล็คก็เข้ากัน ยิ่งใครชอบแต่งตัวเรียบๆ ผมว่ายังไงก็ถูกใจ

เกร็ดน่ารู้

adidas Superstar ในอดีตถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อยกระดับกีฬาบาสเกตบอล โดยทีมออกแบบของอาดิดาสประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศสได้พยายามหาทางในการนำยางมาประกอบที่หัวรองเท้าเพื่อปกป้องปลายเท้าของนักกีฬาที่สวมใส่ และเมื่ออาดิดาสประเทศฝรั่งเศสนำรองเท้าที่มีหัวเป็นยางหน้าตาคล้ายเปลือกหอยนี้ออกสู่สาธารณะ มันก็ได้รับความนิยมถล่มทลาย

ความสำเร็จของ adidas Superstar ไม่ได้อยู่เพียงแค่ในโลกของบาสเกตบอล เมื่อศิลปินระดับแถวหน้าอย่าง Run DMC ใส่ adidas Superstar ขึ้นคอนเสิร์ตในสไตล์ที่แปลกประหลาดไม่เหมือนใคร ด้วยการเอาเชือกรองเท้าออกและเอาลิ้นรองเท้ามาไว้ด้านนอก adidas Superstar ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณเสรีและความมีชีวิตชีวาของวัยรุ่น จนในเวลาต่อมารองเท้าคู่นี้กลายเป็นไอเทมที่หลายคนต้องมีติดบ้าน

สำหรับใครที่สนใจ adidas Superstar Laceless ปัจจุบันวางจำหน่ายแล้ว สนนราคา 4,000 บาท ที่ adidas Brand Center Central World, adidas Brand Center Siam Paragon, adidas Originals

ทำไม Adidas Superstar ถึงป๊อปตลอดกาล?

สำหรับผู้ที่คลั่งไคล้ Sneakers ทั้งหลายคงรู้จักรองเท้าผ้าใบ Adidas รุ่น Superstar เป็นอย่างดี วันนี้เราได้ไปเฟ้นหาความจริงมาให้อ่านกันว่า ทำไมรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้ถึงเป็นที่นิยมตลอดเวลา มันมีความเป็นมาอย่างไร ตามไปอ่านกันเลยยยย!

รองเท้าลายเท่อย่าง Adidas Superstar ปรากฏสู่สายตาผู้คนเมื่อปลายๆ ปี 1969 และเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้คนมากขึ้นในปี 1970 โดยรุ่นแรกเป็นรองเท้าแบบ Low-top sneakers ขอบต่ำไม่หุ้มข้อ ภายนอกเป็นหนังหุ้มทั้งหมดและหัวรองเท้ามีลักษณะเป็นฝาเปลือกหอย นิยมใส่เล่นกีฬา โดยในช่วงนั้นคารีม อับดุล จับบาร์ นักบาสผู้ทำแต้มสูงสุดในประวัติศาสตร์ NBA ใส่รองเท้า Adidas Superstar ลงแข่งขันเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ของลีค ทำให้เป็นกระแสนิยมอย่างมาก
ดีไซเนอร์รุ่นนี้ออกแบบหัวรองเท้ามีลักษณะเป็นรูปฝาหอย มีที่รองกันกระแทกทำด้วยยาง เพื่อป้องกันปลายเท้าบาดเจ็บ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนักบาส NBA จึงนิยมใส่ลงแข่ง เพราะเวลาแข่งขัน ลูกบาสอาจกระแทกใส่ปลายเท้าได้ แต่ต่อมาภายหลังนักออกแบบได้หั่นฝาหอยให้เหลือครึ่งเดียว เพราะแบบเดิมนั้นทำให้เคลื่อนไหวได้ยาก แต่แบบหลังทำให้บริเวณโคนนิ้วขยับตัวได้คล่องขึ้น

ปี 1980

ในช่วงหลังยุค 70 เป็นต้นไป กระแสของรองเท้ารุ่นนี้ก็ดรอปลงไปบ้างแต่ไม่ถึงขนาดกับหายไปจากกระแส เพราะรองเท้าผ้าใบ รองเท้ากีฬาแบรนด์ต่างๆ ที่มีรูปแบบใหม่ๆ เจ๋งๆ และลวดลายเท่ๆ เริ่มทยอยปล่อยของกันมา แต่คนบางกลุ่มที่เป็นทาร์เก็ตของแบรนด์ Adidas ก็ยังจงรักภักดีเป็นรอยัลตี้ต่อแบรนด์เหมือนเดิม จากที่คนในช่วงนั้นยังเห็นคนใส่อยู่บ้างประปรายไม่ว่าจะบนท้องถนน ในเมือง และรอบนอกเมือง

และแล้วในปี 1986 Run-D.M.C. วงฮิพฮอพ แรปเปอร์-อเมริกัน ก็พามันกลับมาฮิตอีกครั้ง เมื่อเขาปล่อยเพลง My Adidas ออกมา โดยเพลงนี้แต่งขึ้นจากความคลั่งไคล้ของพวกเขาที่มีต่อรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้เป็นอย่างมาก และครั้งหนึ่งตอนไปเล่นคอนเสิร์ตที่ Madison Square Garden พวกเขาได้ใส่ Adidas Superstar ขึ้นแสดงแบบไม่ผูกเชือก และบอกกับแฟนๆ ของพวกเขาว่า ให้รักษารองเท้ารุ่นนี้ให้ดี

ปี 1990

ในช่วงยุค 90 รองเท้าผ้าใบรุ่นนี้ได้ถูกยกให้เป็นหนึ่งใน Pop Street Culture เพราะผู้คนส่วนใหญ่ที่สวมใส่แบรนด์นี้ส่วนมากมักจะมีให้เห็นอยู่ตามถนนหนทางเวลาออกไปข้าง ผู้คนจึงจดจำภาพลักษณ์สินค้าไว้เช่นนี้

ความนิยมของรองเท้ารุ่นนี้ทำให้พวกชอบแฟชั่นกับผู้นำเทรนด์นำมาใส่ และภายหลังเมื่อผู้คนพวกนี้นำมาใส่ออกสังคม มันก็มีอิทธิพลต่อทุกสังคมมาก เพราะมันแพร่หลายกระจายไปทุกที่ ทั้งในวงการศิลปิน พวกแร็พเปอร์ แก๊งเด็กบีบอย เด็กวัยรุ่นในไฮสคูล และที่ต้องพูดถึงเลยคือกลุ่มนักกีฬา เพราะพวกเขานิยมใส่ลงแข่งขันอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันป๊อปขนาดไหน คนทุกที่ใส่กันเกือบหมด และแม้แต่ มาร์ค กอนซาเลซ นักสเกตบอร์ดในตำนาน ก็ยังนำมาใส่ เพราะมันนิยมมากในช่วงป๊อปคัลเจอร์

ปี 2015

ในปีนี้เอง กอนซาเลซ ได้ทำงานร่วมกับทีมดีไซเนอร์ Adidas Superstar โดยนำ Adidas Superstar 80 มาปรับแต่งออกอิดิชั่นใหม่ ซึ่งผลงานใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงสปิริตและความคิดสร้างสรรค์ของเขาเป็นอย่างดี และที่เจ๋งไปกว่านั้น Pharrell Williams ผู้มีบทบาทในวงการแฟชั่นก็ได้ร่วมกับ Adidas ออกแบบออกอิดิชั่นใหม่ซึ่งตอนนี้มีเพิ่มถึงอีก 11 สี ด้วย

แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานเพียงใด ไม่ว่า Adidas Superstar จะมีอิดิชั่นไหนๆ ออกมาใหม่ทางบริษัทก็ไม่เคยเปลี่ยนแพทเทิร์น นี่คือลักษณะเด่นเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์และทำให้ดึงดูดสายตาผู้คนเมื่อสวมใส่ อีกทั้งมันยังมีความอเนกประสงค์ ที่ไม่ว่าจะใส่เล่นกีฬา ใส่ไปทำงาน หรือแมตช์กับชุดไปรเวทเดินเล่นก็ยังได้

ด้วยประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน จะเห็นได้ว่ามีผู้คนมากมาย ทั้งนักร้อง ศิลปิน นักออกแบบ ครีเอทีฟ นักกีฬา เด็กวัยรุ่น อินฟลูเอนเซอร์ และคนทั่วๆ ไป ก็หยิบนำมาใส่ทุกยุคทุกสมัย จึงพอเป็นคำตอบให้กับผู้อ่านได้แล้วว่า ทำไม Adidas Superstar จึงเป็นที่นิยมและน่าสวมใส่ตลอดกาล

การที่คนในทุกแวดวงนำมาใส่เป็นการช่วยให้อุตสาหกรรม Adidas ขับเคลื่อนมาได้จนถึงทุกวันนี้ และลวดลายที่มีความคลาสสิกเฉพาะตัวอย่างโดดเด่น จึงทำให้ยังเป็นที่ต้องการและน่าเอามาใส่อยู่เสมอๆ
ไม่มีรองเท้าผ้าใบรุ่นไหน แบรนด์ไหน ที่จะอยู่มานานได้ถึงเกือบครึ่งศตวรรษ

NikeShoes-Outlet.com