โดดเด่นด้วยคู่สีขาว-ดำ adidas Superstar Laceless รองเท้าผ้าใบระดับตำนาน

หากพูดถึงรองเท้าที่สามารถผสมผสานเข้ากับการแต่งตัวได้เกือบทั้งหมด adidas Superstar คงเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัวของหนุ่มๆ หลายคน เพราะรองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้าที่ดีไซน์เรียบแต่ดูดี สามารถสวมใส่ได้ในทุกๆ โอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันพักผ่อนสบายๆ หรือแม้แต่วันทำงาน ขณะที่ปีนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบ 50 ของรองเท้า adidas Superstar ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนวงการสตรีทแฟชั่นโลก

วันนี้ Sanook Men จึงถือโอกาสพาทุกคนมาแกะกล่อง adidas Superstar รุ่น Laceless รองเท้าผ้าใบไร้เชือก (แต่ก็มีเชือกแถมมาให้) มาดูกันสิว่า จะสวยลงตัวขนาดไหน

ต้องบอกว่ารองเท้า adidas Superstar Laceless ออกแบบมาพิเศษให้ดูแตกต่างและทันสมัยขึ้น ทางแบรนด์จึงดีไซน์ตัวรองเท้าเป็นผ้าใบกึ่งสลิปออน สามารถสวมใส่ได้โดยไม่ต้องร้อยเชือก แต่หากอยากใส่แบบมีเชือกในกล่องก็มีเชือกทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ แถมมาให้ด้วย

ด้านหัวรองเท้าทางแบรนด์ยังคงเลือกใช้ลวดลายเปลือกหอยอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม เพิ่มเติมคือบริเวณแผ่นรองฝ่าเท้าขึ้นรูปมาเป็นพิเศษบุด้านในด้วยหนังมีรายละเอียดความความยับย่นเล็กน้อย ซึ่งเข้ากับตัวพื้นรองเท้าที่ถูกนำเสนอแบบสีขาวตุ่นๆ มีความคลาสสิกเป็นอย่างมาก

ขณะที่จุดเด่นที่เห็นได้ของรองเท้าคู่นี้คือมาพร้อมลิ้นรองเท้าใหญ่ขึ้นทำให้ดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยตัวลิ้นมียางยืดรัดไว้ทำให้ไม่สามารถดึงขึ้นลงได้เยอะแบบรุ่นปกติ ด้านตัวรองเท้าก็ยังคงใช้หนังแท้อย่างเดิม

รองเท้าคู่นี้เหมาะกับใคร

adidas Superstar Laceless เป็นรองเท้าที่เหมาะกับหนุ่มๆ ทั้งสายสตรีทและสายมินิมอล เพราะตัวรองเท้าถูกคลุมให้มีแค่สีขาว-ดำ จึงสามารถใส่ได้ในหลายโอกาส จะจับคู่กับเสื้อยืด-กางเกงยีนส์ หรือ จะใส่กับเชิ้ตสีเรียบ-กางเกงสแล็คก็เข้ากัน ยิ่งใครชอบแต่งตัวเรียบๆ ผมว่ายังไงก็ถูกใจ

เกร็ดน่ารู้

adidas Superstar ในอดีตถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อยกระดับกีฬาบาสเกตบอล โดยทีมออกแบบของอาดิดาสประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศสได้พยายามหาทางในการนำยางมาประกอบที่หัวรองเท้าเพื่อปกป้องปลายเท้าของนักกีฬาที่สวมใส่ และเมื่ออาดิดาสประเทศฝรั่งเศสนำรองเท้าที่มีหัวเป็นยางหน้าตาคล้ายเปลือกหอยนี้ออกสู่สาธารณะ มันก็ได้รับความนิยมถล่มทลาย

ความสำเร็จของ adidas Superstar ไม่ได้อยู่เพียงแค่ในโลกของบาสเกตบอล เมื่อศิลปินระดับแถวหน้าอย่าง Run DMC ใส่ adidas Superstar ขึ้นคอนเสิร์ตในสไตล์ที่แปลกประหลาดไม่เหมือนใคร ด้วยการเอาเชือกรองเท้าออกและเอาลิ้นรองเท้ามาไว้ด้านนอก adidas Superstar ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณเสรีและความมีชีวิตชีวาของวัยรุ่น จนในเวลาต่อมารองเท้าคู่นี้กลายเป็นไอเทมที่หลายคนต้องมีติดบ้าน

สำหรับใครที่สนใจ adidas Superstar Laceless ปัจจุบันวางจำหน่ายแล้ว สนนราคา 4,000 บาท ที่ adidas Brand Center Central World, adidas Brand Center Siam Paragon, adidas Originals

อาดิดาส จับมือ เบ็คแฮม ออกรองเท้ารุ่นพิเศษ อัลตรา บูสต์ 19DB99

อาดิดาส จับมือ เบ็คแฮม ออกรองเท้ารุ่นพิเศษ อัลตรา บูสต์ 19DB99
อาดิดาส ร่วมกับ เดวิด เบ็คแฮม ตำนานนักฟุตบอลระดับโลก ออกแบบรองเท้ารุ่นพิเศษที่มีชื่อว่า อัลตร้าบูสท์ ไนน์ทีน ดีบีไนตี้ไนน์ (ULTRABOOST 19 DB99) สร้างสรรค์ขึ้นตามเรื่องราวในปี 1999 ซึ่งเป็นปีที่เต็มไปด้วยความสำเร็จในด้านการเป็นนักฟุตบอลอาชีพและการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวของเดวิด เบ็คแฮม

วันนี้เมื่อปี 1999 คุณกำลังทำอะไรกันอยู่? หลายคนอาจกำลังอดใจรอโลกใบใหม่อันน่าตื่นเต้นที่รอให้ค้นพบ หรืออาจกำลังนับถอยหลังสู่สหัสวรรษใหม่ แต่สำหรับ เดวิด เบ็คแฮม แล้วนั้น ปี 1999 ถือเป็นปีที่เขาสร้างชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปทั่วโลกเลยทีเดียว เป็นปีแห่งตำนานอันทรงพลังและเรื่องราวอันน่าจดจำ เป็นปีที่ตัวเขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพค้าแข้ง รวมทั้งเป็นปีที่เขาเริ่มต้นสร้างครอบครัวอีกด้วย ในโอกาสนี้ อาดิดาส จึงร่วมมือกับ เดวิด เบ็คแฮม ในการเปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่นพิเศษ อัลตร้าบูสท์ ไนน์ทีน ดีบีไนตี้ไนน์ เพื่อฉลองการทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในชีวิตของเขา

สำหรับชื่อของ ULTRABOOST 19 DB99 นั้น แน่นอนว่านำตัวเลขมาจากปี 1999 ซึ่งตัวเลข 99 นั้นก็มีที่มาจากปี 1999 ซึ่งเป็นปีที่เขาได้แต่งงานกับภรรยาและให้กำเนิดบุตรชายคนแรก อีกทั้งยังเป็นปีที่ตัวเขาเองสามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษด้วยการคว้าแชมป์ 3 รายการร่วมกับสโมสรต้นสังกัดอีกด้วย

“ปี 1999 ถือว่าเป็นปีที่มีความสำคัญสำหรับผมมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านการเติบโตในฐานะนักฟุตบอลอาชีพหรือชีวิตส่วนตัวของผมเอง ดังนั้น รองเท้าคู่นี้จึงมีความหมายที่แสนพิเศษสำหรับผมมากๆ เลยล่ะ สำหรับสีที่เลือกใช้ในการออกแบบรองเท้าคู่นี้ก็คือสีขาวและสีส้ม ซึ่งรองเท้าสีขาวก็ถือเป็นคู่โปรดสำหรับผมอยู่แล้ว พอนำมาผสมกับสีส้มและพิมพ์ตัวอักษร DB99 ด้วยสีดำก็ยิ่งทำให้รองเท้าคู่นี้ดูลงตัวและสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว”

และด้วยความร่วมมือของเดวิด เบ็คแฮม ในการออกแบบรองเท้า ULTRABOOST 19 DB99 ทำให้อาดิดาสได้สร้างสรรค์ผลงานที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพและแฟชั่นอันล้ำสมัย จนได้ออกมาเป็นรองเท้าอัลตร้าบูสท์ 19 คู่ใหม่ล่าสุด ซึ่งมีการใส่ตัวอักษร DB99 ไว้ที่บริเวณลิ้นรองเท้าและพื้นรองเท้า สำหรับรองเท้าอัลตร้าบูสท์ 19 มีการใช้วัสดุผ้าที่มีน้ำหนักเบากว่ารองเท้าอัลตร้าบูสท์รุ่นก่อน มีการติดแผ่นระบายที่ด้านข้างและฝ่าเท้าที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นเพื่อให้สามารถระบายอากาศได้ดี โครงสร้างรองเท้าถูกออกแบบให้มีความปราดเปรียว ตกแต่งด้วยแถบเส้นบางๆ ที่ด้านบนและฝ่าเท้า นอกจากนี้ ทีมนักออกแบบยังได้ให้ความสำคัญในด้านความรู้สึกขณะสวมใส่ โดยคำนึงถึงเรื่องความสวยงามไปพร้อมๆ กัน สังเกตได้จากการที่รองเท้า ULTRABOOST 19 DB99 ได้มีการนำเอาเทคโนโลยีขั้นสูงสุดของรองเท้าในตระกูลอัลตร้าบูสท์ ซึ่งจะเน้นเรื่องการขยับเคลื่อนไหวของเท้าเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุไพรม์นิต 360 (Primeknit 360) ซึ่งมีการออกแบบมาให้สามารถเคลื่อนไหวได้ง่ายดายและสะดวกสบายในขณะใช้งาน พื้นรองเท้าที่ใช้เทคโนโลยีบูสท์ (BOOST) ซึ่งสามารถปรับเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับการเคลื่อนที่ของรูปเท้าได้อย่างสมบูรณ์ และเทคโนโลยี Torsion Spring system ที่อยู่บริเวณกลางพื้นรองเท้า ที่จะช่วยรักษาสมดุลให้กับนักวิ่งในจังหวะที่เท้าสัมผัสกับพื้น ทำให้ทุกการออกกำลังกายเต็มไปด้วยประสบการณ์อันยอดเยี่ยมอีกด้วย

รองเท้าอัลตร้าบูสท์ ไนน์ทีน ดีบีไนตี้ไนน์ (ULTRABOOST 19 DB99) วางจำหน่ายในจำ­นวนจำกัดที่ราคา 7,300 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป ที่ร้านอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, ร้านอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ สยาม พารากอน, ร้านอาดิดาส เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และร้านอาริ รันนิ่ง คอนเซ็ปต์ สโตร์

ADIDAS

รายระเอียดสินค้า

อัปเปอร์เป็นผ้า Primeknit 360 ยืดขยายได้ตามการเคลื่อนไหว
เคจบริเวณรูร้อยเชือกเพิ่มความกระชับเท้า
เทคโนโลยี Boost ที่พื้นรองเท้าส่วนกลางช่วยรองรับแรงกระแทกและส่งคืนพลังในทุกก้าว
Torsion Spring ที่ใต้ฝ่าเท้าซัพพอร์ทให้เคลื่อนที่ได้อย่างมั่นคง
พื้นรองเท้าด้านนอกทำจากยาง Continental™ มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะได้ดีทั้งบนพื้นเปียกและพื้นแห้ง
สีดำ/ม่วง

BLACKPINK เผยโฉมคอลเลคชันสุดพิเศษ “Home of Classics” จาก อาดิดาส

อาดิดาส ออริจินอลส์ ส่งอีกหนึ่งสนีกเกอร์หนังสีขาว Supercourt โมเดลสุดคลาสสิกที่รวบรวมองค์ประกอบอันเป็นมรดกตกทอดสู่รุ่นหลัง พร้อมดึง 4 สาวเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง BLACKPINK ร่วมถ่ายแคมเปญ ในคอลเลคชันสุดพิเศษ “Home of Classics” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับคอลเลคชันสุดพิเศษ

 

โดยในแคมเปญนี้เหล่าสาวก และแฟนคลับจะได้เห็นภาพทั้ง 4 สาวออกไปทำกิจกรรมร่วมกันเช้าจรดเย็นพร้อมสนีกเกอร์หนังสีขาวสุดคลาสสิก Supercourt และทิ้งร่องรอยเรื่องราวประสบการณ์ของพวกเธอไว้บนรองเท้าคู่โปรดคู่นี้ อาดิดาสได้ปล่อยภาพ และวิดีโอของแคมเปญนี้ออกมาให้สาวกอาดิดาส บลิ๊งค์ไทย และทั่วโลกได้ชมพร้อมกันแล้วเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านช่องทางออฟฟิเชียลของอาดิดาส ออริจินอลส์ และจะทยอยเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ

สนีกเกอร์รุ่นล่าสุดที่ถูกปล่อยออกมาในคอลเลคชัน Home of Classics นี้ จะเน้นไปที่ความเรียบง่าย และเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่แสดงความเป็นอาดิดาส ไม่ว่าจะเป็นสามแถบสัญลักษณ์อันเป็นที่รู้จักกันดี โดยยังคงไว้ซึ่งนวัตกรรมเทคโนโลยีอันทันสมัยเหมือนอย่างคอลเลคชันอื่นๆ รองเท้า ‘Supercourt’ รุ่นนี้จะเป็นหนังสีขาว และพื้นยาง ได้รับแรงบัลดาลใจจากการผนวกเอามรดกของสนีกเกอร์สุดคลาสสิกตลอดกาลของอาดิดาส มาสร้างสรรคใหม่ถึง 3 แบบ ด้วยการดีไซน์หนังสีขาวแบบเดิมด้วยโทนสีที่มีความโมเดิร์นมากขึ้น ส่วน upper และขอบด้านในรองเท้าทำจากวัสดุหนังพรีเมียม และเพิ่มความพิเศษด้วยซับในที่ทำจากลินิน

คอลเลคชัน Home of Classics เป็นคอลเลคชันพิเศษที่รวบรวมรองเท้าหนังสีขาวโมเดลฮิตตลอดกาล ไม่ว่าจะเป็น Stan Smith, Superstar80s, Continental 80, Rivalry Lo, และ A.R. Trainer ที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญตลอด 50 ปี และความเป็นสุดยอดในด้านการสร้างสรรค์โมเดลสนีกเกอร์อันหลากหลายของอาดิดาส รวมไปถึงเป็นการแสดงให้เห็นความใส่ใจในการสร้างสรรค์รองเท้าเหล่านี้ขึ้น ให้เหล่าสนีกเกอร์เฮด และสาวกสร้างประสบการณ์ใหม่ไปพร้อมกับรองเท้าคู่ใจ

Adidas ออกรองเท้า “UltraBOOST X” รุ่นลิมิเต็ดซากุระ จำหน่ายเฉพาะญี่ปุ่น เอาใจแฟนๆ นักวิ่

รองเท้ากีฬาโดยเฉพาะรองเท้าวิ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้แบรนด์อื่นใดก็ต้องขอยกให้กับ Adidas แบรนด์ดังก้องโลก โดยเฉพาะรองเท้ารุ่น UltraBOOST X – LIMITED EDITION ดีไซน์พิเศษ Cherry Blossom หรือ ซากุระ ที่จะมีจำหน่ายแค่ 500 คู่ เฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้น เริ่มจำหน่ายทางออนไลน์ในวันที่ 6 เมษายน 2018 นี้


ดีไซน์คอนเซ็ปต์สุดเก๋ BY TOKYO FOR TOKYO
รองเท้าวิ่งสำหรับผู้หญิงรุ่นพิเศษ UltraBOOST X – LIMITED EDITION รองเท้าสีสวยหวานชมพู-ขาว พร้อมลวดลายของดอกซากุระที่หุ้มอยู่บริเวณส้นเท้า และแผ่นรองรองเท้าด้านในก็พิมพ์ลายสดใสเข้ากันกับธีมซากุระ ด้วยดีไซน์คอนเซ็ปต์สุดเก๋ BY TOKYO FOR TOKYO ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากลายผ้าของชุดกิโมโน มาแต่งแต้มให้รองเท้าวิ่งรุ่นนี้ดูพิเศษมีความเป็นญี่ปุ่นขึ้นมาเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ยังมีเสื้อยือคอกลมสำหรับใส่วิ่งที่พิมพ์ลายซากุระลวดลายเดียวกันกับรองเท้า และมีตัวอักษรคำว่า BY TOKYO FOR TOKYO บริเวณหน้าอกที่ทำขึ้นมาในซีรีย์เดียวกันจำหน่ายเพียง 250 ตัวเท่านั้น ยิ่งเพิ่มความลิมิเต็ดเข้าไปอีก ใครอยากได้จับจองเป็นเจ้าของต้องรีบโดยด่วนค่ะ

BLACKPINK เผยโฉมคอลเลคชันสุดพิเศษ “Home of Classics” จาก อาดิดาส

อาดิดาส ออริจินอลส์ ส่งอีกหนึ่งสนีกเกอร์หนังสีขาว Supercourt โมเดลสุดคลาสสิกที่รวบรวมองค์ประกอบอันเป็นมรดกตกทอดสู่รุ่นหลัง พร้อมดึง 4 สาวเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง BLACKPINK ร่วมถ่ายแคมเปญ ในคอลเลคชันสุดพิเศษ “Home of Classics” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับคอลเลคชันสุดพิเศษ

โดยในแคมเปญนี้เหล่าสาวก และแฟนคลับจะได้เห็นภาพทั้ง 4 สาวออกไปทำกิจกรรมร่วมกันเช้าจรดเย็นพร้อมสนีกเกอร์หนังสีขาวสุดคลาสสิก Supercourt และทิ้งร่องรอยเรื่องราวประสบการณ์ของพวกเธอไว้บนรองเท้าคู่โปรดคู่นี้ อาดิดาสได้ปล่อยภาพ และวิดีโอของแคมเปญนี้ออกมาให้สาวกอาดิดาส บลิ๊งค์ไทย และทั่วโลกได้ชมพร้อมกันแล้วเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านช่องทางออฟฟิเชียลของอาดิดาส ออริจินอลส์ และจะทยอยเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ

สนีกเกอร์รุ่นล่าสุดที่ถูกปล่อยออกมาในคอลเลคชัน Home of Classics นี้ จะเน้นไปที่ความเรียบง่าย และเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่แสดงความเป็นอาดิดาส ไม่ว่าจะเป็นสามแถบสัญลักษณ์อันเป็นที่รู้จักกันดี โดยยังคงไว้ซึ่งนวัตกรรมเทคโนโลยีอันทันสมัยเหมือนอย่างคอลเลคชันอื่นๆ รองเท้า ‘Supercourt’ รุ่นนี้จะเป็นหนังสีขาว และพื้นยาง ได้รับแรงบัลดาลใจจากการผนวกเอามรดกของสนีกเกอร์สุดคลาสสิกตลอดกาลของอาดิดาส มาสร้างสรรคใหม่ถึง 3 แบบ ด้วยการดีไซน์หนังสีขาวแบบเดิมด้วยโทนสีที่มีความโมเดิร์นมากขึ้น ส่วน upper และขอบด้านในรองเท้าทำจากวัสดุหนังพรีเมียม และเพิ่มความพิเศษด้วยซับในที่ทำจากลินิน

คอลเลคชัน Home of Classics เป็นคอลเลคชันพิเศษที่รวบรวมรองเท้าหนังสีขาวโมเดลฮิตตลอดกาล ไม่ว่าจะเป็น Stan Smith, Superstar80s, Continental 80, Rivalry Lo, และ A.R. Trainer ที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญตลอด 50 ปี และความเป็นสุดยอดในด้านการสร้างสรรค์โมเดลสนีกเกอร์อันหลากหลายของอาดิดาส รวมไปถึงเป็นการแสดงให้เห็นความใส่ใจในการสร้างสรรค์รองเท้าเหล่านี้ขึ้น ให้เหล่าสนีกเกอร์เฮด และสาวกสร้างประสบการณ์ใหม่ไปพร้อมกับรองเท้าคู่ใจ

พบกับคอลเลคชัน Home of Classics ได้ในวันที่ 17 ตุลาคม 2562 ที่ร้านอาดิดาส ออริจินอลส์ และอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/adidasTH

อาดิดาส จับมือฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ ปล่อยแคมเปญใหม่ สีสดใส สนับสนุนพลังของผู้หญิง

อาดิดาส ออริจินอลส์ ร่วมกับ ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ ปล่อย “Now is Her Time” แคมเปญสนับสนุนพลังของผู้หญิงผ่านกระบอกเสียงอันกล้าหาญและทรงพลัง โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ทรงอิทธิพล ที่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวในมุมมองต่างๆและสร้างแรงบัลดาลใจให้กับผู้หญิงทั่วทุกมุมโลก

“Now is Her Time” คือเสียงเรียกร้องอันหนักแน่นแห่งศตวรรษที่ 21 ผ่านทุกช่องทางของกระบอกเสียงอันทรงพลังอย่างฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้คนในสังคมตระหนักถึงสิทธิมนุษยชนและรับรู้ปัญหาในมุมมองที่ต่างกันออกไปโดยผู้ที่เข้าร่วมแคมเปญในครั้งนี้มาจากหลายสาขาอาชีพ ตั้งแต่นักกิจกรรมเพื่อสังคมไปจนถึงศิลปินผู้ที่เคยข้ามผ่านความยากลำบากในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เพศ รสนิยมทางเพศ สิทธิทางเพศ สีผิว และความไม่เท่าเทียมทางสังคม โดยแคมเปญนี้ได้ช่างภาพระดับตำนานที่มีผลงานโดดเด่นด้านอัตลักษณ์และรสนิยมทางเพศอย่าง คอลิน ชอเรอร์ (Colin Schorr) มาร่วมลั่นชัตเตอร์ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้

ในขณะที่นายแบบและนางแบบที่มาร่วมแสดงพลังก็จัดจ้านไม่แพ้กัน อาทิ พาทริส คูลเลอร์ (Patrisse Cullors) นักจัดการชุมชนผู้ร่วมก่อตั้ง Black Lives Matters, นาเดีย โอคาโมโต้ (Nadya Okamoto) ผู้นำองค์กรการกุศล เจ้าของเว็บไซต์ period.org, ซิด (Syd) นักร้อง-นักแต่งเพลงชื่อดัง, เร็คกี้ เยทส์ (Reggie Yates) ผู้อำนวยการสร้างและนักจัดรายการวิทยุ, อิดดริส ซานดู (Iddris Sandu) นักเทคโนโลยีการเกษตร, คีล่า เนห์ (Keala Naihe) นักเล่นเซิร์ฟ, ซาน่า (Sana Azim) ผู้กำกับและนักรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน, อิซาเบล่า แรนเจล กรุทมัน (Isabela Rangel Grutman) นางแบบ, ซาร่า คัมมิงส์ (Sara Cummings) และ คาดิจา ดิอาวารา (Kadija Diawara) รวมถึงสองนักเต้นสาว ชีน่า เคนส์ (Sheena Cain) และโซเฟีย พาร์คเกอร์ (Sophia Parker)

อาดิดาส ออริจินอลส์ บาย ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ ‘Now is Her Time’ เป็นคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าและรองเท้ายูนิเซ็กส์ ที่รวบรวมของเด็กเล็กไปจนถึงผู้ใหญ่ เพื่อแสดงพลังและสนับสนุนสิทธิความเท่าเทียมของผู้หญิง เอาใจเหล่าสาวกด้วยไอเท็มยอดฮิตตลอดกาล ทั้งโซลาร์ ฮู (Solar Hu), NMD, BYW และรุ่นใหม่ถอดด้ามอย่าง Adilette ที่จะถูกสร้างสรรค์ในเฉดสีที่ไม่เคยมีมาก่อน

คอลเล็กชั่นรองเท้า อาดิดาส ออริจินอลส์ บาย ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ “Now is Her Time” วางจำหน่ายที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิร์ล, อาดิดาส ออริจินอลส์ สโตร์ สยาม เซ็นเตอร์, อาดิดาส ออริจินอลส์ สโตร์ ไอคอนสยาม, เจดี สปอร์ตส์ ไอคอนสยาม, เจดี สปอร์ตส์ เมกา บางนา สำหรับคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าวางจำหน่ายที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิร์ล, อาดิดาส ออริจินอลส์ สโตร์ สยาม เซ็นเตอร์ และ อาดิดาส ออริจินอลส์ ไอคอนสยาม วันที่ 13 กันยายน 2019 นี้

ถึงเวลาแล้วที่เธอจะแข็งแกร่ง ถึงเวลาแล้วที่เธอจะเปลี่ยนแปลงโลก ถึงเวลาแล้วที่เธอจะสอนพวกเราทุกคน ถึงเวลาแล้วที่เธอจะทำให้โลกนี้เท่าเทียม ถึงเวลาแล้วที่เธอจะยืนหยัดเพื่อสิทธิในการเลือก ถึงเวลาของเธอแล้ว!

อาดิดาส ฟลูอิด เทรนเนอร์ (adidas FLUID TRAINER)

“อาดิดาส ฟลูอิด เทรนเนอร์” เติมสีสันให้กับการออกกำลังกายเทรนนิ่งทุกรูปแบบ เบาสบาย พร้อมให้ความยืดหยุ่นและอิสระในการเคลื่อนไหวแบบ 360°

อา ดิดาส (adidas) เผยโฉมรองเท้ากีฬาสำหรับสวมใส่ออกกำลังกายคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุด “อาดิดาส ฟลูอิด เทรนเนอร์” (adidas FLUID TRAINER) สีสันโดดเด่น น้ำหนักเบา ให้ความยืดหยุ่นและอิสระในการเคลื่อนไหวแบบ 360° เหมาะสำหรับการออกกำลังกายแบบเทรนนิ่งทุกรูปแบบ สวมใส่ได้ทั้งชายและหญิง

ฟลูอิด เทรนเนอร์ มีลวดลายหลากสีสันให้เลือกถึง 7 แบบสำหรับผู้หญิง และ 6 แบบสำหรับผู้ชาย ช่วยเติมสีสันให้แฟชั่นชุดการออกกำลังกาย จุดประกายการออกกำลังกายให้สนุกสนานยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเหมาะสำหรับสวมใส่เป็นรองเท้าลำลองคู่กับเสื้อผ้าสไตล์เรียบง่าย สบายๆ ฟลูอิด เทรนเนอร์ ได้รับการพัฒนาเพื่อให้ความยืดหยุ่นสูงสุดและให้อิสระในการเคลื่อนไหวของ เท้าอย่างเต็มที่

โดยมีนวัตกรรมที่ให้ความนุ่มสบายยิ่งกว่าและกลไกที่รองรับแรงกดได้เต็มฝ่า เท้า ไม่เพียงเท่านั้นตัวรองเท้ายังได้รับการออกแบบใหม่แบบไร้ตะเข็บเพื่อความ สบายและระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น มีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ FLUID TRAINER Light หรือ M (3,690 บาท), FLUID TRAINER W หรือ M (3,990 บาท) และ FLUID TRAINER Leather หรือ M (4,190 บาท)

มีวางจำหน่ายแล้ว ที่ร้านอาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์มานซ์ คอนเซ็พท์ สโตร์ และที่ร้านตัวแทนจำหน่าย อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

มาดู ! 5 รองเท้า Adidas สำหรับผู้หญิง

เกิดเป็นผู้หญิงก็ใช่ว่าจะมีตัวเลือกในการแต่งตัวน้อยไปกว่าผู้ชายซะเมื่อไหร่ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ในบ้านเราก็มีตั้งหลากหลายแบรนด์ให้เลือกตามความชอบของสาวๆ จะสวย จะเท่ห์ จะมั่น ก็ออกตามหาให้ตรงกับสไตล์ของตัวเองมากที่สุด เรื่องสวยๆ งามๆ เราพูดถึงมาก็เยอะพอสมควรแล้ว วันนี้จะลองพูดถึงเรื่องเท่ห์ของสาวๆ กันดูบ้าง

รองเท้าก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องแต่งกายสำคัญที่ช่วยให้สาวๆ ดูมั่นใจมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่การออกแบบที่คู่ควรกับคุณผู้หญิงเท่านั้น แต่ประโยชน์ของมันต้องทำให้การเดินเหินดูสบาย เหมาะสมกับผู้สวมใส่ อย่างแบรนด์ Adidas ที่ Sanook! Women จะนำมาฝากวันนี้ เป็น 5 รองเท้า Adidas ผู้หญิงที่ดูเท่ห์ แล้วก็มีสไลต์เอามากๆ ถ้าชอบคู่ไหนก็ลองไปหาจับจองเป็นเจ้าของได้เลยนะ

1. Tubular Invader 2.0 Shoes

เริ่มต้นกันด้วยรุ่นนี้ ว่ากันว่าเป็นรองเท้า Adidas ผู้หญิงที่บอกความเป็นตัวตนของสาวๆ ได้ดีมากๆ เพราะมีการออกแบบตัวรองเท้าด้วยสีชมพูพาสเทล และด้านหลังเป็นสีชมพูหม่นๆ เป็นพื้นของโลโก้ Adidas เป็นรองเท้าที่ใส่สำหรับวิ่งในซีรี่ส์ของ Tubular Invader ที่ถูกออกแบบในยุค 90 มีวัสดุที่ใช้เป็นไนลอน ยืดหยุ่นเมื่อสวมใส่ได้เป็นอย่างดี

2. Superstar Shoes

ต่อกันด้วยรุ่นที่ 2 ของรองเท้า Adidas ผู้หญิงที่มาในสีขาวสะอาด มีพื้นผิวรองเท้าที่มันเงาดูมีเอกลักษณ์ด้วยการออกแบบลายพิมพ์เกล็ดงู โดยเป็นรองเท้ารุ่นแรกๆ ที่ใช้หนังมาเป็นวัสดุในการทำรองเท้า อีกทั้งยังเป็นรองเท้าที่สามารถใส่เล่นบาสเกตบอลได้อีกด้วย ปัจจุบันนี้รองเท้ารุ่นนี้ได้กลายมาเป็นไอคอนร่วมสมัย เข้ากับทุกแฟชั่น เมื่อสวมใส่แล้วเท้าของเราก็จะรู้สึกสบายไปตลอดทั้งวัน

3. Cloudfoam Athena Shoes

มาถึงรุ่นที่ 3 ของรองเท้า Adidas ผู้หญิงที่มาในสีชมพูดำ หรือจะเรียกว่าสวยดุก็ว่าได้ เป็นความสดใสที่มาพร้อมกับความยอดเยี่ยม เป็นรองเท้าที่สาวๆ เหมาะจะสวมใส่ไปออกกำลังกาย แต่ยังคงไว้ซึ่งแฟชั่นที่เก๋เริ่ดทุกครั้งเมื่อแต่งตัว (จะใส่ไปเดินเฉิดฉายก็ได้นะ) มีการออกแบบที่ดูสะดุดตาด้วยลายจุดที่ค่อยไล่เรียงอย่างมีชั้นเชิง ที่สำคัญ สวมใส่สบาย มั่นใจในทุกฝีก้าวออกเดินไปเลยล่ะ

4. Pure Boost R Shoes

ต่อไปอย่าให้เสียเวลากับรุ่นที่ 4 ของรองเท้า Adidas ผู้หญิง ที่รุ่นนี้มาในสีดำ พื้นขาว เพิ่มพลังให้กับทุกก้าวอย่างมั่นใจ เป็นรองเท้าสำหรับใส่ออกกำลังกายโดยเฉพาะการวิ่ง ในรองเท้ารุ่นนี้จะช่วยเพิ่มการสปริงและรักษาน้ำหนักของฝ่าเท้า มีน้ำหนักเบาและสวมใส่สบายเอามากๆ

5. รองเท้า ZX Flux Shoes

มาถึงรุ่นที่ 5 ของรองเท้า Adidas ผู้หญิงกันแล้ว รุ่นนี้มีลวดลายที่ค่อนข้างจะจี๊ดใจเอาสักหน่อย มีสามแถบที่เชื่อมกับพื้นผิวของรองเท้า การออกแบบส้นเท้าที่เด่นชัด ตกแต่งด้วยลวดลายร่วมสมัยอย่างพื้นลายจุดและดอกไม้ที่มีสีชมพูดสดใส ซึ่ง ZX นั้นเป็นรองเท้าที่มีประสิทธิภาพสูง เปิดตัวเป็นครั้งแรกในยุค 80 และยังคงความล้ำในเรื่องของการออกแบบและคุณภาพตลอดมา

นี่ก็เป็นเพียงบางส่วนของรองเท้า Adidas ผู้หญิง ที่ Sanook Women นำมาฝากกัน อย่าลืมว่ารองเท้าที่ดีต้องไม่ได้มีแค่ความสวย แต่ต้องคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการสวมใส่และการใช้งานได้อย่างครบครัน เรื่องของเท้าก็เป็นเรื่องสำคัญที่สาวๆ จะละเลยไปไม่ได้ ถ้าหากว่า 5 แบบที่ได้เห็นไปแล้วนั้นยังไม่ถูกใจ สาวๆ ก็ลองเข้าไปเลือกชมได้ที่เว็บไซต์ของ Adidas เลย มีให้เลือกตามความชอบอีกเพียบ

ทำไม Adidas Superstar ถึงป๊อปตลอดกาล?

สำหรับผู้ที่คลั่งไคล้ Sneakers ทั้งหลายคงรู้จักรองเท้าผ้าใบ Adidas รุ่น Superstar เป็นอย่างดี วันนี้เราได้ไปเฟ้นหาความจริงมาให้อ่านกันว่า ทำไมรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้ถึงเป็นที่นิยมตลอดเวลา มันมีความเป็นมาอย่างไร ตามไปอ่านกันเลยยยย!

รองเท้าลายเท่อย่าง Adidas Superstar ปรากฏสู่สายตาผู้คนเมื่อปลายๆ ปี 1969 และเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้คนมากขึ้นในปี 1970 โดยรุ่นแรกเป็นรองเท้าแบบ Low-top sneakers ขอบต่ำไม่หุ้มข้อ ภายนอกเป็นหนังหุ้มทั้งหมดและหัวรองเท้ามีลักษณะเป็นฝาเปลือกหอย นิยมใส่เล่นกีฬา โดยในช่วงนั้นคารีม อับดุล จับบาร์ นักบาสผู้ทำแต้มสูงสุดในประวัติศาสตร์ NBA ใส่รองเท้า Adidas Superstar ลงแข่งขันเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ของลีค ทำให้เป็นกระแสนิยมอย่างมาก
ดีไซเนอร์รุ่นนี้ออกแบบหัวรองเท้ามีลักษณะเป็นรูปฝาหอย มีที่รองกันกระแทกทำด้วยยาง เพื่อป้องกันปลายเท้าบาดเจ็บ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนักบาส NBA จึงนิยมใส่ลงแข่ง เพราะเวลาแข่งขัน ลูกบาสอาจกระแทกใส่ปลายเท้าได้ แต่ต่อมาภายหลังนักออกแบบได้หั่นฝาหอยให้เหลือครึ่งเดียว เพราะแบบเดิมนั้นทำให้เคลื่อนไหวได้ยาก แต่แบบหลังทำให้บริเวณโคนนิ้วขยับตัวได้คล่องขึ้น

ปี 1980

ในช่วงหลังยุค 70 เป็นต้นไป กระแสของรองเท้ารุ่นนี้ก็ดรอปลงไปบ้างแต่ไม่ถึงขนาดกับหายไปจากกระแส เพราะรองเท้าผ้าใบ รองเท้ากีฬาแบรนด์ต่างๆ ที่มีรูปแบบใหม่ๆ เจ๋งๆ และลวดลายเท่ๆ เริ่มทยอยปล่อยของกันมา แต่คนบางกลุ่มที่เป็นทาร์เก็ตของแบรนด์ Adidas ก็ยังจงรักภักดีเป็นรอยัลตี้ต่อแบรนด์เหมือนเดิม จากที่คนในช่วงนั้นยังเห็นคนใส่อยู่บ้างประปรายไม่ว่าจะบนท้องถนน ในเมือง และรอบนอกเมือง

และแล้วในปี 1986 Run-D.M.C. วงฮิพฮอพ แรปเปอร์-อเมริกัน ก็พามันกลับมาฮิตอีกครั้ง เมื่อเขาปล่อยเพลง My Adidas ออกมา โดยเพลงนี้แต่งขึ้นจากความคลั่งไคล้ของพวกเขาที่มีต่อรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้เป็นอย่างมาก และครั้งหนึ่งตอนไปเล่นคอนเสิร์ตที่ Madison Square Garden พวกเขาได้ใส่ Adidas Superstar ขึ้นแสดงแบบไม่ผูกเชือก และบอกกับแฟนๆ ของพวกเขาว่า ให้รักษารองเท้ารุ่นนี้ให้ดี

ปี 1990

ในช่วงยุค 90 รองเท้าผ้าใบรุ่นนี้ได้ถูกยกให้เป็นหนึ่งใน Pop Street Culture เพราะผู้คนส่วนใหญ่ที่สวมใส่แบรนด์นี้ส่วนมากมักจะมีให้เห็นอยู่ตามถนนหนทางเวลาออกไปข้าง ผู้คนจึงจดจำภาพลักษณ์สินค้าไว้เช่นนี้

ความนิยมของรองเท้ารุ่นนี้ทำให้พวกชอบแฟชั่นกับผู้นำเทรนด์นำมาใส่ และภายหลังเมื่อผู้คนพวกนี้นำมาใส่ออกสังคม มันก็มีอิทธิพลต่อทุกสังคมมาก เพราะมันแพร่หลายกระจายไปทุกที่ ทั้งในวงการศิลปิน พวกแร็พเปอร์ แก๊งเด็กบีบอย เด็กวัยรุ่นในไฮสคูล และที่ต้องพูดถึงเลยคือกลุ่มนักกีฬา เพราะพวกเขานิยมใส่ลงแข่งขันอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันป๊อปขนาดไหน คนทุกที่ใส่กันเกือบหมด และแม้แต่ มาร์ค กอนซาเลซ นักสเกตบอร์ดในตำนาน ก็ยังนำมาใส่ เพราะมันนิยมมากในช่วงป๊อปคัลเจอร์

ปี 2015

ในปีนี้เอง กอนซาเลซ ได้ทำงานร่วมกับทีมดีไซเนอร์ Adidas Superstar โดยนำ Adidas Superstar 80 มาปรับแต่งออกอิดิชั่นใหม่ ซึ่งผลงานใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงสปิริตและความคิดสร้างสรรค์ของเขาเป็นอย่างดี และที่เจ๋งไปกว่านั้น Pharrell Williams ผู้มีบทบาทในวงการแฟชั่นก็ได้ร่วมกับ Adidas ออกแบบออกอิดิชั่นใหม่ซึ่งตอนนี้มีเพิ่มถึงอีก 11 สี ด้วย

แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานเพียงใด ไม่ว่า Adidas Superstar จะมีอิดิชั่นไหนๆ ออกมาใหม่ทางบริษัทก็ไม่เคยเปลี่ยนแพทเทิร์น นี่คือลักษณะเด่นเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์และทำให้ดึงดูดสายตาผู้คนเมื่อสวมใส่ อีกทั้งมันยังมีความอเนกประสงค์ ที่ไม่ว่าจะใส่เล่นกีฬา ใส่ไปทำงาน หรือแมตช์กับชุดไปรเวทเดินเล่นก็ยังได้

ด้วยประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน จะเห็นได้ว่ามีผู้คนมากมาย ทั้งนักร้อง ศิลปิน นักออกแบบ ครีเอทีฟ นักกีฬา เด็กวัยรุ่น อินฟลูเอนเซอร์ และคนทั่วๆ ไป ก็หยิบนำมาใส่ทุกยุคทุกสมัย จึงพอเป็นคำตอบให้กับผู้อ่านได้แล้วว่า ทำไม Adidas Superstar จึงเป็นที่นิยมและน่าสวมใส่ตลอดกาล

การที่คนในทุกแวดวงนำมาใส่เป็นการช่วยให้อุตสาหกรรม Adidas ขับเคลื่อนมาได้จนถึงทุกวันนี้ และลวดลายที่มีความคลาสสิกเฉพาะตัวอย่างโดดเด่น จึงทำให้ยังเป็นที่ต้องการและน่าเอามาใส่อยู่เสมอๆ
ไม่มีรองเท้าผ้าใบรุ่นไหน แบรนด์ไหน ที่จะอยู่มานานได้ถึงเกือบครึ่งศตวรรษ

NikeShoes-Outlet.com